ขอเอาข่าวเก่ามาเล่าใหม่ ต้อนรับหนังสือใหม่ของนักเขียนในดวงใจ คุณโหวเหวินหย่ง สักหน่อยนะครับ

 

 

 'โหวเหวินหย่ง' คุณหมอสลัดเสื้อกาวน์ สู่ถนนน้ำหมึก

13 เมษายน 2551    กองบรรณาธิการ

จุดเริ่มต้นเล็กๆ ในใจของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน เลยส่งบทความไปลงนิตยสารตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา ทว่าความเชื่อของคนรอบข้างที่สกัดกั้นหาว่าอาชีพนักเขียนไม่มั่นคง

ทำให้  โหวเหวินหย่ง  (Wen Yung Ho) เติบโตมาเป็นนายแพทย์แทน พร้อมเข้าทำงานในโรงพยาบาลด้วยตำแหน่งวิสัญญีแพทย์ แต่ด้วยความชื่นชอบในงานเขียนเมื่อครั้งเยาว์วัย การเขียนหนังสือจึงเริ่มต้นเป็นงานอดิเรกในยามว่างอีกครั้ง  และกลายมาเป็นนักวรรณกรรมที่ละทิ้งเงินเดือนสูงลิ่วจากการเป็นหมอ มาไล่ตามความฝันของตัวเองให้ประสบความสำเร็จในที่สุด


    หากเกริ่นเช่นนี้  หลายคงคงไม่รู้ว่านักเขียนชาวไต้หวันที่มากฝีไม้ลายมือผู้นี้คือใคร ลองคิดถึงซีรีส์หนังไต้หวันยอดนิยมที่ฉายจบไปแล้วที่ชื่อ  "เกมชีวิต ลิขิตหัวใจ" หรือ The Hospital ซึ่งโหวเหวินหย่ง  คือเจ้าของบทประพันธ์งานชิ้นเอกที่สุดแสนประทับใจผู้อ่าน  และ The Hospital ยังเป็นนวนิยายเรื่องยาวเรื่องแรกที่โหวเหวินหย่งเขียนขึ้นมาจากประสบการณ์ จริงเมื่อครั้งได้เป็นวิสัญญีแพทย์ พบเจอกับเกมการเมืองในหมู่คนใส่เสื้อกาวน์สีขาว และถ่ายทอดออกมาจนหมดเปลือก  ทั้งสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากอันทรง เกียรติ  การแก่งแย่งอำนาจ ความอิจฉาริษยา และแผนสกปรกที่คิดเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามโดยไม่คำนึงถึงชีวิตคนไข้แม้แต่นิด เดียว  ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้มาคือการตอบรับจากแฟนๆ อย่างล้นหลาม  จนโหวเหวินหย่งกลายเป็นนักวรรณกรรมที่มียอดขายระดับ Best Seller ในไต้หวันเลยทีเดียว


    ความฮอตฮิตไม่ได้หยุดอยู่แค่ประเทศไต้หวัน  แต่ในเมืองไทยเองเมื่อช่วงงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ  ครั้งที่  36 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ผ่านมา บริษัท นานมีบุ๊ค จำกัด ร่วมกับ Linking Publishing Company และสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย จัดงานแนะนำนักเขียนโหวเหวินหย่งให้กับแฟนคลับชาวไทยได้พบปะพูดคุยพร้อมแจก ลายเซ็น บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น การพูดคุยเป็นกันเองผ่านล่ามแปลชื่อ อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี ซึ่งอนุรักษ์ก็เป็นผู้แปลผลงานของโหวเหวินหย่งให้แฟนๆ คนไทยได้อ่านและซึมซาบกับอรรถรสที่ศิลปินไต้หวันผู้นี้ต้องการถ่ายทอด จุดนี้เองทำให้รู้ว่าวรรณกรรมไม่มีกำแพง ไม่มีเชื้อชาติ ทุกคนรับรู้ได้เหมือนกันหมด


    ถ้อยคำที่เรียงร้อยความเป็นมาของการเขียนที่จงใจสะท้อนเรื่องราวของสังคม อย่างหนักหน่วงนั้น โหวเหวินหย่งเล่าว่า ด้วยความที่เป็นคนกล้าคิดและกล้าทำ จึงอยากส่งพลังดังกล่าวผ่านตัวหนังสือ ให้เป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดความกล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง  อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งตัวคนอ่านเองและสังคม  โดยตัวเองคิดว่า หนังสือคือช่องทางหนึ่งที่จะช่วยเยียวยาจิตใจและช่วยขัดเกลาความคิดของคนได้


    "ผมคิดเอาไว้ว่าจะพยายามเขียนนวนิยายเรื่องยาวที่นำเสนอใน 4 ประเด็น คืออำนาจ การศึกษา  เงินทอง  และชื่อเสียง  และเขียนไปแล้ว 3 เรื่อง คือ เกมชีวิต ลิขิตหัวใจ-อำนาจ หัวใจกบฏ-การศึกษา  ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กนักเรียนวัยมัธยมต้นที่ไม่สนใจเรียนและถูกทำโทษ จากอาจารย์ประจำชั้นเกินกว่าเหตุ  แต่ทั้งหมดมาจากรากฐานระบบการศึกษาของไต้หวันที่น่าเบื่อ และไม่ได้ให้อะไรแก่เยาวชนอย่างแท้จริง จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่สะเทือนไปทั้งสังคม และเรื่องล่าสุด อ้อมกอดลวง-ชื่อเสียง  เป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดถึงความลุ่มหลงในชื่อเสียงจน ถอนตัวไม่ขึ้นของนักเขียนคนหนึ่ง   และสุดท้ายความลุ่มหลงนั้นได้ให้บทเรียนอะไรกับเขามากมาย  จนรู้สึกว่าสิ่งที่เรียกว่าชื่อเสียง การนับหน้าถือตานั้นไม่ได้ให้แก่ตัวเอง นอกจากความว่างเปล่าเดียวดาย"


    นักเขียนชั้นปรมาจารย์บอกอีกว่า  นวนิยายเรื่องยาวที่เขียนขึ้นมาทั้ง  3  เรื่องนั้น  ล้วนมีเหตุความจริงที่มาจากชีวิตของตัวเขาเอง  เช่น  การได้รับซองแดงจากคนไข้เพื่อให้เขารักษาผู้ป่วยอย่างสุดความสามารถ  ซึ่งตัวเขาก็ได้ปฏิเสธ  เพราะการรักษาเป็นจรรยาบรรณของแพทย์อยู่แล้ว หัวใจกบฏก็เป็นเรื่องที่นำตัวเองเข้าไปคลุกคลีอยู่กับคนในวงการศึกษา  รวมถึงการลองเข้าผับเพื่อศึกษาชีวิตวัยรุ่น ส่วนอ้อมกอดลวงนั้น  เอาจากประสบการณ์ที่ตัวเองถูกแฟนคลับสะกดรอยตามและเขียนจดหมายถึงอย่างบ้า คลั่ง  การทุ่มเททั้งหมดก็เพื่ออยากให้ผู้อ่านเสมือนได้สัมผัสและรับรู้อย่างเป็น เหตุเป็นผล  ไม่ใช่การสมมติเขียน  แต่หากเป็นการนำเรื่องราวข้อเท็จจริงมาถ่ายทอดในรูปแบบนวนิยายมากกว่า  และขอขอบคุณแฟนคลับประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนผมเป็นอย่างดี


    ด้านคิม  จงสถิตย์วัฒนา  ผู้บริหารระดับสูงสำนักพิมพ์คิมเบอร์ลี  สำนักพิมพ์น้องใหม่ในเครือนานมีบุ๊คส์  กล่าวว่า แม้ว่าผลงานของโหวเหวินหย่งจะค่อนข้างเครียด แต่ด้วยภาษาที่ไม่ซับซ้อน การดำเนินเรื่องกระจ่างชัด  คิดว่าเยาวชนวัย  16  ปีขึ้นไปน่าจะอ่านรู้เรื่องแล้ว ส่วนความนิยมในตัวผลงานที่ดังมาถึงเมืองไทยน่าจะมาจากเรื่องราวในนวนิยาย เป็นการมองในมุมของคนเอเชียด้วยกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คล้ายในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องหัวใจกบฏ ที่ระบบการศึกษาอ่อนแอและน่าเบื่อเหมือนกัน ฉะนั้นแล้วที่นานมีบุ๊คส์นำหนังสือทั้ง 3 เล่มมาแปลให้คนไทยได้อ่าน ก็หวังเพียงว่าจะเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้สังคมตื่นตัวกับปัญหารอบข้างมากขึ้น และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบ้างก็ยังดี


    แฟนๆ ที่สนใจสามารถหาซื้อหนังสือทั้ง 3 เล่มของนักเขียนชื่อดังชาวไต้หวันคนนี้ได้ที่ร้านหนังสือนานมีบุ๊คส์และร้าน หนังสือชั้นนำทั่วไป  เกมชีวิต ลิขิตหัวใจ ราคา 295 บาท หัวใจกบฏ 245 บาท และอ้อมกอดลวง 345 บาท ลองอ่านสักครั้ง เผื่อชีวิตจะได้สัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น.

 

มหัศจรรย์เมืองหนังสือ

3 สิงหาคม 2551    กองบรรณาธิการ

สถานการณ์บ้านเมืองปั่นป่วน เสถียรภาพรัฐบาลง่อนแง่น ไม่รู้จะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานมั้ย แต่ที่แน่ๆ การอ่านหนังสือดีมีคุณภาพช่วยพัฒนาคนและสังคมไทย สัปดาห์นี้มีหนังสือมาชี้ชวนให้อ่านตามเคย

    เริ่มจาก   "หัวใจกบฏ"   โหว  เหวิน เหย่ง  เขียน  อนุรักษ์  กิจไพบูลทวี แปล นวนิยายเข้มข้นที่ผู้เขียนตีแผ่ปัญหาและตั้งคำถามเกี่ยวกับวงการศึกษาออกมา ได้อย่างน่าสนใจ ผ่านมุมมองของอาเจี๋ย   นักเรียนชั้นมัธยม 3 ที่แอบอ่านการ์ตูนในห้องเรียน  จนทำให้เกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต  การลงโทษที่จะพลิกผันชีวิตของเด็กตาดำๆ  ได้เกิดขึ้น ผู้ปกคองตลอดจนคนไม่เห็นด้วยมาชุมนุมคัดค้าน  เรื่องบานปลาย มีการประท้วง การสูญเสีย เกิดกระแสการปฏิวัติอันร้อนระอุขึ้น  เป็นหนังสืออีกเล่มที่ควรค่าสำหรับผู้ที่ใส่ใจเรื่องการศึกษาของลูกศิษย์  ของลูกหลาน ไม่ควรพลาด จากสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์เอโนเวล ราคา 245 บาท

 

ปล.

ครั้งหน้าจะเอาบางส่วนใน "เพราะรักนะ...อยากให้เข้าใจ" มาลงให้อ่านเล่นครับ

Comment

Comment:

Tweet

รอติดตามอ่านตัวอย่างผลงานใหม่ครับconfused smile
ถ้าช่วงงานหนังสือ พอมีเงินเหลือ(ตอนนี้จนเหลือเกิน)
จะไปจับจองผลงานของอาจารย์โหว ซักเล่ม อย่าลืมลดให้ผมเป็นพิเศษด้วยนะ

#1 By berserkrabbit on 2008-09-01 08:48