คำโกหกหรือข่าวลือ หากถูกนำเสนอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็จะมีความเป็นไปได้ ที่ประชาชนจะเชื่อในสิ่งที่ไม่มีตัวตน หรือไม่เป็นความจริง ในวัฒนธรรมจีน มีนิทานสุภาษิตเรื่องหนึ่ง ชื่อ "สามคนเป็นเสือ" ดังนี้

*** *** ***

       ประเทศจีน 500 ปีก่อนคริสตกาล สมัยยุครณรัฐ (จ้านกั๋ว) ขณะนั้นประเทศจีนประกอบด้วยแคว้นเล็กแคว้นน้อยจำนวนมาก บรรดาแว่นแคว้นเหล่านี้ มักทำสงครามแย่งชิงดินแดนกันบ่อยครั้ง สังคมวุ่นวายโกลาหล และด้วยเหตุนี้เอง นักวิชาการในภายหลัง จึงนิยามยุคสมัยนั้นว่าเป็นยุค "จ้านกั๋ว" อันแปลว่า ยุคสงคราม

       กล่าวถึงแคว้นสองแคว้นที่ชายแดนติดกัน หนึ่งคือแคว้นเว่ย และหนึ่งคือแคว้นจ้าว ทั้งสองแคว้นนี้เซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกัน และเพื่อเป็นการรับรองความขลังของสัตยาบรรณ ทั้งสองประเทศจึงแลกเปลี่ยนตัวประกันซึ่งกันและกัน ดังนั้น เจ้าแห่งแคว้นเว่ยจึงส่งบุตรชายคนหนึ่งของตน ไปเป็นตัวประกันที่นครฮั่นตัน เมืองหลวงของแคว้นจ้าว และยังสั่งให้ขุนนางคนสำคัญ ผางชง เดินทางไปเป็นเพื่อนบุตรชาย เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัย

       ผางชงเป็นขุนนางผู้ใหญ่ที่มีความสามารถสูงมาก ในราชสำนักมีเหล่าขุนนางที่เป็นปฏิปักษ์กับเขาเยอะ ดังนั้นเขาจึงเป็นห่วงว่า หากตนไปอยู่ไกลห่างจากเว่ยหวาง (เจ้าแห่งแคว้นเว่ย) จะมีคนฉวยโอกาสให้ร้ายเขา ก่อนจะเดินทางเขาจึงทูลถามเว่ยหวางว่า "ไต้อ๋อง หากมีคนมากราบทูลว่า กลางถนนมีเสือโคร่งตัวหนึ่ง พระองค์จะทรงเชื่อหรือไม่"

       ท่านอ๋องตอบว่า "เราไม่เชื่อ เสือจะวิ่งเข้ามาอยู่กลางถนนได้อย่างไรกัน"

       ผางชงถามต่อว่า "หากมีคนสองคน พูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่ามีเสืออยู่กลางถนน พระองค์จะทรงเชื่อหรือไม่"

       ท่านอ๋องตอบว่า "ถ้ามีคนพูดถึงสองคน ข้าก็จะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแล้ว"

       ผางชงถามต่ออีกว่า "หากมีคนสามคน พูดเป็นสียงเดียวกันว่ามีเสืออยู่กลางถนน พระองค์จะทรงเชื่อหรือไม่"

      ท่านอ๋องตอบอย่างลังเลว่า "ถ้าพูดอย่างนี้กันทุกคน ข้าก็คงต้องเชื่อแล้ว"

       เมื่อได้ยินท่านอ๋องตอบเช่นนี้ ผางชงก็ยิ่งเป็นกังวล เขาถอนใจเฮือกหนึ่ง กล่าวว่า "ไต้อ๋อง โปรดทรงพิจารณาดู ไม่มีทางที่เสือจะมาวิ่งเผ่นพ่านอยู่กลางถนน นี่เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้ แต่เนื่องจากมีคนพูดเช่นนี้สามคน เสือบนถนนก็กลายเป็นความจริงขึ้นมาเสียแล้ว  นครฮั่นตันห่างไกลจากนครหลวงของแคว้นจ้าวเรา ไกลกว่าวังหลวงกับท้องถนนมากนัก มิหนำซ้ำ ผู้ที่จะนินทาว่าร้ายข้าพระองค์ ไม่ได้มีเพียงแค่สาม"

 

      ท่านอ๋องเข้าใจความหมายของผางชง จึงพยักหน้ากล่าวว่า "เราเข้าใจความคิดของเจ้าแล้ว จงเดินทางไปโดยไม่ต้องกังวลเถิด!"

       แล้วผางชงก็เดินทางเป็นเพื่อนองค์ชาย มายังนครฮั่นตัน

      

       ผางชงจากไปไม่นาน ก็มีคนจำนวนมาก เริ่มนินทาว่าร้ายผางชงให้ไต้อ๋องฟัง  เริ่มแรก ไต้อ๋องยังแก้ต่างให้ผางชง ตรัสว่าเขาเป็นขุนนางที่จงรักภักดีและมากด้วยความสามารถ แต่ทว่า เมื่อปฏิปักษ์ทางการเมืองของผางชง ตะบี้ตะบันกล่าวร้ายเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก ไต้อ๋องก็เชื่อลมปากคนพวกนั้นจนได้  ต่อมา เมื่อผางชงกลับจากแคว้นจ้าว ไต้อ๋องก็ไม่ยอมให้เขาเข้าเฝ้าอีกเลย

*** *** ***

       ยังมีนิทานที่คล้ายคลึงกับเรื่องนี้อีกเรื่องหนึ่ง เจิงชานเป็นนักปราชญ์ผู้เลื่องชื่อในยุคสมัยจ้านกั๋ว มีชื่อเสียงในด้านผู้นำทางจริยธรรม วันหนึ่งเจิงขานไปธุระนอกบ้านยังไม่กลับ บังเอิญมีชายคนหนึ่งที่ชื่อแซ่เดียวกับเขา ฆ่าคนแล้วถูกจับกุม เพื่อนบ้านของเจิงชานก็ไปแจ้งข่าวกับมารดาของเขา

       "ลูกชายของท่านฆ่าคนถูกจับได้" มารดาของเจิงชานรู้จักลูกชายตนเองดี เชื่อมั่นว่าเจิงชานไม่มีวันฆ่าคน จึงนั่งทอผ้าของตนต่อไป

       ต่อมาอีกครู่หนึ่ง มีคนอีกคนมาบอกกับมารดาของเจิงชานว่า

       "ลูกชายของท่านฆ่าคนแล้ว" มารดาของเจิงชานเริ่มจะสงสัย แต่ก็ยังไม่เชื่อว่าลูกชายของตนจะฆ่าคน

       ไม่นานนัก คนอีกคนหนึ่งก็มาบอกมารดาของเจิงขานว่า

       "ลูกชายของท่านฆ่าคนแล้ว" มารดาของเจิงชานจึงเชื่อสนิทใจ ตกใจจนกระทั่งทิ้งงานในมือ แล้วหนีออกไปจากบ้าน

       ต่อมา สุภาษิตว่า "สามคนเป็นเสือ" และ "เจิงชานฆ่าคน" จึงเป็นคำสอนที่บอกให้รู้ว่า วาจาของคนและอิทธิพลของกระแสข่าวนั้น น่ากลัวขนาดไหน

แปลจากเว็บไซต์สุภาษิตนจีน http://gb.cri.cn/chinaabc/chapter16/chapter160418.htm

*** *** ***

ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาโดยตลอด ไม่รู้ทำไมในหัวผุดนิทานสองเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ว่าคุณจะคิดว่าอ่านแล้วได้อะไรก็เถอะ จงหาคำตอบอันเอาเองครับ ผมก็ไม่รู้...

วันนี้ คุณเป็นใครในเรื่อง
เจิงชาน 1
เจิงชาน 2
มารดาเจิงชาน
เพื่อนบ้านคนที่หนึ่งของเจิงชาน
เพื่อนบ้านคนที่สองของเจิงชาน
เพื่อนบ้านคนที่สามของเจิงชาน
ฯลฯ

โอ้ว เจิงชานฆ่าโคน 

โอ้ว ทหารฆ่าประชาโชน...

โอ้ว เสื้อแดงฆ่าโคน...

โอ้ว เสื้อเหลืองฆ่าโคน...

โอ้ว เสื้อน้ำเงินฆ่าโคน...

 

Comment

Comment:

Tweet

ฆ่ากันให้ตายไปเลย
สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไร
tongue

#4 By yukiy0♡ on 2010-04-12 18:50

ขอขุดบล็อกตัวเอง

#3 By Beermyself on 2010-04-12 18:50

คนไทย(จะ)ฆ่ากันเอง sad smile sad smile sad smile


ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#2 By Prae on 2009-04-14 12:05


โอ้วววว เราไม่ได้ฆ่า มันปลอมตัวมา! wink

ตอนอ่านนี่คิดถึงแต่เรื่องการเมืองตอนนี้

สาดน้ำกันหน่อย
ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#1 By Sana_by_lllmukoilll on 2009-04-14 10:43