โตขึ้น โลกจะเป็นยังไง

posted on 28 Jul 2009 18:57 by be-beer in others

คำถามยอดฮิตที่ทุกคนต้องเคยเจอสักครั้งในชีวิตก็คือ

"โตขึ้นอยากเป็นอะไร"

วันนี้ไม่ได้มาคุยเรื่องโตขึ้นอยากเป็นอะไร แต่อยากถามใหม่ว่า "โตขึ้น โลกจะเป็นยังไง"

ต่อมอยากบ่นเกิดขึ้นหลังจากดูหนังเรื่องหนึ่งจบครับ "Knowing รหัสวินาศโลก"

เรื่องย่อ

          ในปีค.ศ. 1958 ณ.โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ได้มีการจัดให้นักเรียนร่วมกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองการสร้างตึกใหม่ ด้วยการขอให้พวกเขาวาดรูปอะไรก็ได้ตามใจ เพื่อที่จะใส่ลงไปในแคปซูลและฝังดินเอาไว้ โดยในกลุ่มนักเรียนนั้นก็มีเด็กหญิงปริศนาคนหนึ่ง ที่เขียนตัวเลขจำนวนมากอยู่บนกระดาษ แทนที่จะวาดรูปเหมือนกับเพื่อนๆของเธอ

          เวลาได้ล่วงเลยมาห้าสิบปี นักเรียนกลุ่มใหม่ก็ได้รับมอบหมายให้ขุดแคปซูลลูกนั้นขึ้นมา พวกเขาได้นำเอากระดาษกลับไปบ้านเพื่อศึกษา ซึ่งกระดาษปริศนาของเด็กหญิงคนนั้นก็ตกอยู่ในมือของ คาเล็บ ไมลส์ (แชนด์เลอร์ แคนตันเบอร์รี่) แต่ก็เป็น เท็ด ไมลส์ (นิโคลัส เคจ) พ่อของ คาเล็บ นั้นเอง ที่ค้นพบสารอะไรบางอย่างที่อยู่ในกระดาษใบนั้น มันเป็นโค้ดลับที่สามารถทำนายมหันตภัยที่เกิดขึ้นมาในรอบ 50 ปี ซึ่งก็รวมถึงสถานที่, วันเดือนปีที่เกิด และยอดผู้เสียชีวิตอีกด้วย 

          มันยังเขาได้ค้นพบอะไรที่น่าสะพรึงกลัวมากกว่า เมื่อกระดาษใบนั้นได้ทำนายถึงอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น มันพูดถึงมหันตภัยที่สามารถทำลายล้างโลกนี้ได้ ซึ่งมันยังเกี่ยวโยงกับตัวเขาและลูกอีกด้วย ถึงแม้ เท็ด พยายามที่จะเตือนรัฐบาล แต่ก็กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี เขาจึงตัดสินใจที่จะป้องกันสิ่งร้ายแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยตัวเขาเพียงคนเดียว

(เรื่องย่อจากเว็บกระปุก  http://hilight.kapook.com/view/34928)

 

ผมไม่ใช่นักวิจารณ์หนัง แต่ผมชอบเก็บเนื้อเรื่องมานั่งคิด จำได้ว่าดูเรื่องนี้คนเดียวตอนกลางคืน พอหนังจบ นั่งอึ้งนิ่งๆ เงียบๆ ไปหลายนาที ไม่อยากสปอยล์หนังสักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าคนที่เคยดูก็น่าจะรู้ ว่าผมอึ้งอะไร

โลกในอนาคต ในจินตนาการของคุณ คืออะไร ว่าแล้วผมขอระลึกภาพต่างๆ เกี่ยวกับโลกอนาคต ทั้งในโลกแผ่นฟิล์มและโลกหนังสือ เท่าที่จำความได้ มาแบกันดูสักหน่อย

โลกอนาคตแบบ เดอะเมทริกซ์
มนุษย์กลายเป็นแบตเตอร์รี่ "ชีวิต" ที่คน "คิด" ว่าตนกำลัง "ใช้" อยู่ ที่จริงมันคือ "ความฝัน" ที่คอมพิวเตอร์โปรแกรมให้เท่านั้น ขณะที่มี "มนุษย์" อีกกลุ่มหนึ่งที่ "ตื่น" จาก "ฝัน" และพยายามต่อสู้ให้ได้โลกของตนกลับคืนมา

โลกอนาคตแบบ Terminator
สกายเน็ต เครื่องจักรกลต่างๆ สามารถบัญชาการตนเอง และต้องการกำจัดมนุษย์ เพราะเห็นว่ามนุษย์เป็นภัยคุกคามความอยู่รอดของเครื่องจักรกล ในอนาคตจึงเกิดสงครามระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรสังหาร ผู้คนเหลือกันอยู่น้อยมาก เพราะการระเบิดพร้อมๆ กันของระเบิดนิวเคลียร์จำนวนมหาศาล (จากภาคสาม)

โลกอนาคต (หรือเปล่า) แบบแฮร์รี่ พอตเตอร์
ปัจจุบัน โลกของเรามีอีกมิติหนึ่งที่ขนานกันอยู่ ไม่เชิงเป็นมิติที่ซ่อนเร้น แต่ถูกบดบังให้มองไม่เห็นด้วยเวทมนต์หรืออะไรบางอย่าง ทำให้เราไม่รู้ว่า คุณป้าข้างบ้านที่เลี้ยงแมวคนนั้น ที่จริงเป็นแม่มด และพวกปุถุชนคนเดินดิน ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ามักเกิ้ล ภัยธรรมชาติหลายอย่างที่เกิด (อาจรวมถึงสึนามิเมื่อหลายปีก่อนด้วย) เกิดขึ้นเพราะการบ้าบอคอแตก ชิงอำนาจบาตรใหญ่ของพ่อมดดีและพ่อมดชั่ว และคนที่คุณก็รู้ว่าใคร (ผมไม่รู้ เพราะผมเป็นมักเกิ้ล) อยากครองโลก

โลกอนาคตแบบโดเรมอน
เต็มไปด้วยสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ ทุกฝ่ายอยู่ด้วยกันอย่างสันติ มนุษย์ สัตว์ และธรรมชาติ หาทางปรองดองกันได้ ผู้คนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่ยังมีหนูที่แทะหูโดเรมอนจนแหว่ง เป็นผลให้โดเรมีก็ต้องไม่มีหูตามไปด้วย เพราะกลัวพี่ชายจะน้อยใจ (มีแต่โบว์)

โลกอนาคตแบบจอมคาถามหาติงต๊อ (หลายคนอาจไม่เคยอ่าน ไม่เก็ตก็ข้ามๆ ไปได้นะครับ)
ตั้งแต่อดีตกาลมาจนปัจจุบัน เมื่อโลกจะถึงกาลดับสูญ จะมีผู้ถูกเลือกเรียกว่า "มนุษย์สายพันธุ์บริสุทธิ์" มาเกิด และต้องเสียสละตนเองเพื่อต่ออายุโลกออกไปอีกเป็นระยะๆ ประมาณสามสี่พันปี ก็จะเกิดเรื่องครั้งหนึ่ง ผู้ถูกเลือกที่ในบางศาสนาเรียกว่า "เมไซอา" ก็จะมาเกิดและช่วยโลกเป็นครั้งๆ ไป แต่ครั้งนี้ ผู้ถูกเลือกคนใหม่มีนามว่าซ่งหมิงเฟิง บังเอิญมีอาจารย์ติงต๊องชื่อฉีหลินที่เป็นสืบสายเลือดของเทพวานรและเทพกิเลน มีความคิดช่วยโลกแบบพิเรนทร์ อนาคตในโลกของจอมคาถามหาติงต๊อง ยังเลือนลางบอกไม่ถูก เพราะพวกเขาทั้งคู่กำลังพยายามช่วยกันทำให้มันดีขึ้นกว่านี้อยู่

โลกอนาคตแบบ The day after tomorrow วิกฤตวันสิ้นโลก
สภาวะโลกร้อน เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิด "ยุคน้ำแข็ง" นานถึงสองศตวรรษเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน (โลกร้อนทำให้เป็นน้ำแข็งได้ยังไง โปรดไปดูหนังเอาเอง) ปัจจุบัน การทำลายสิ่งแวดล้อมและเผาผลาญเชื้อเพลิงกันเป็นว่าเล่น ทำให้ปรากฏการณ์ดังกล่าว กลับมาเยือนอีกครั้ง เร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้หลายร้อยปี...

โลกอนาคตแบบ Transformer
ถ้าบังเอิญพวก Deception เป็นฝ่ายชนะ แล้วเปิดไอ้เครื่องบ้าใต้ปิรามิดสำเร็จ...

โลกอนาคตแบบ Armageddon วันโลกาวินาศ
ปฏิบัติการส่งยานอวกาศขึ้นไปฝังนิวเคลียร์บนดาวหางที่กำลังพุ่งมาชนโลก ถ้าเกิดยานอวกาศลำที่สองเกิดพลาด...

โลกอนาตตแบบ The Independence day ไอ ดี 4 สงครามวันดับโลก
มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ถล่มอย่างเดียว บังเอิญไม่มีดร.สติแตก เป็นหวัดจามๆ เลยนึกได้เรื่อง "ไวรัส" ทำลายเกราะของยานอวกาศ แล้วกองทัพโลกพลิกมาเป็นฝ่ายชนะ

โลกอนาคตแบบ Resident Evil ผีชีวะ/ I am legend ข้าคือตำนานพิฆาตมหากาฬ
ไวรัส T แพร่กระจายไปทั่วโลก ทุกคนกลายเป็นผีดิบกันไปหมด เหลือเพียงกระหย่อมนึงที่ยังรอด หรือบังเอิญมีภูมิต้านทาน แต่ก็ต้องพยายามดิ้นรนเอาตัวรอด

...

ฯลฯ

 

ตัวอย่างที่ยกมาข้างต้น นอกจากโดเรมอนแล้ว ไม่เห็นจะมีน่าอภิรมย์แม้แต่เรื่องเดียว ทั้งนี้แทบสรุปได้คำเดียวว่า มนุษย์ทำตัวเองแท้ๆ และอีกสาระหนึ่งที่ได้ก็คือ มนุษย์ช่างเปรียบเสมือนมดปลวก เมื่ออยู่ในสายตาของจักรวาล แค่พระอาทิตย์ฮัดชิ่วกระจึ๋งเดียว ก็เผาวอดไปทั้งใบแล้ว (จริงๆ คือวอดไปเลยสามดวง ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวโลก)

ในสายตาของคนทำหนังหรือคนเขียนหนังสือ ไม่ค่อยจะเห็นอนาคตสวยๆ สักเท่าไหร่ หรือเป็นเพราะผมดูน้อย อ่านน้อย หรือเป็นเพราะผมจดจำแต่เรื่องแย่ๆ ไม่ได้จดจำเรื่องดีๆ ก็ไม่รู้ ถ้านึกออก ช่วยนึกให้หน่อยได้ไหมครับ

1. อนาคตสวยๆ มันมีในเรื่องไหนบ้าง
2. เราจะรับมือกับอนาคตแย่ๆ อย่างไรดี
3. มีวิธีป้องกันบ้างไหม

 

ปล.
กลับมาจากงานอะเดย์บุ๊คแฟร์ เพิ่งอ่าน TRY ของพี่โหน่งจบ ได้แรงบันดาลใจอีกมากโข ถ้าไม่ลืมเสียก่อน จะกลับมาเล่าต่อครับ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอเป็นแบบโดราเอมอน....

ยังมีแบบBLADE RUNNERอีกเรื่อง
ปล.ยินดีที่ได้เจอครับ

#3 By wesong on 2009-07-31 00:09

ตามความคิดแพร
อนาคตที่สวยๆก็ไม่ค่อยมีโผล่ขึ้นมาเลยค่ะ
การรับมือก็คงยากมาก
ได้แต่คิดว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุด พยายามให้ดีที่สุด
ล่ะมั้งคะั?

#2 By Prae on 2009-07-28 21:30

1.อนาคตสวยๆ มันมีในเรื่องไหนบ้าง
อันนี้ก้อไม่รู้เหมือนกันแฮะ ดูมาน้อย อ่านมาน้อยเกินไปหน่อย

2.เราจะรับมือกับอนาคตแย่ๆ อย่างไรดี
รับมือตอนนี้ยังทันอีกหรอคะ โลกมันแย่ซะขนาดนี้แล้ว คาดว่าอนาคตคงจะแย่เกินกว่าจะรับไหว ตอนนี้รู้แต่ว่า อยากทำอะไรให้รีบทำซะ อีกไม่เกินห้าปีโลกจะแตกแล้ว (ยังเรียนไม่จบเลย รีบแตกซะแล้ว T__T)

3.มีวิธีป้องกันบ้างไหม
ก้อคงเป็นวิธีที่เค้าทำกันอยู่ตอนนี้แหละ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว
เอ้อ...มีวิธีนึงเจ๋งมากๆ ไปงาน a book fair แล้วซื้อถุงผ้า มาช่วยกันลดโลกร้อนเถอะ ^^

เอนทรี่ดีมีสาระ ต้องให้ Hot! Hot! Hot!

#1 By Sana_by_lllmukoilll on 2009-07-28 20:21