กำลังอัดหนังสือเล่มใหม่อย่างเต็มสปีด (เต็มที่ได้ถึงวันละ 40 หน้า โฮกกก) ยังคงเป็นคุณหมอโหวเหวินหย่งเช่นเดิม หนังสือเล่มนี้มีชื่อตามภาษาจีนว่า "รวมเรื่องสั้นที่สุดของโหวเหวินหย่ง" ประกอบด้วยเรื่องราวต่างๆ ทั้งที่เกิดกับตัวคุณหมอเอง และคนอื่นเล่าให้ฟังแล้วคุณหมอเอามาเล่าใหม่ หลากรสหลากอารมณ์ ยิ่งอ่านก็ยิ่ง... เอิ่ม รอให้อ่านกันเองดีกว่า

 

ปกฉบับจีน

          เนื่องจากเนื้อหาในเล่มนี้ มีหลายตอนพอสมควรที่คุณหมอได้นำมาลงบล็อกด้วย และเคยอนุญาตให้ผมนำบล็อกของแกมาแปลให้ผู้อ่านคนไทยได้ติดตาม ตามที่ผมเห็นเหมาะสม ผมจึงขอเลือกเนื้อหาในบล็อกคุณหมอ ที่บังเอิญเป็นเนื้อหาในหนังสือเล่มที่กำลังแปลอยู่ด้วย มาลงให้ทดลองอ่านกัน

 

เรื่องต่อไปนี้จะใช้คำทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่นว่า เซ็นเซ

http://blog.sina.com.cn/s/blog_5c55b7830100d034.html ฉบับจีนตัวย่อ คลิ้ก

 

          せんせい (sensei)

 

          นี่เป็นเรื่องที่วิสัญญีแพทย์คนหนึ่งเล่าให้ฟัง

 

          เพียงแค่เดือนแรกของปีแรกที่ผมได้เป็นแพทย์ประจำบ้าน ก็ถูกส่งไปทำหน้าที่วางยาสลบในห้องผ่าตัดของ せんせい แล้ว

          せんせい (เซ็นเซ) เป็นคำเรียกที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน แปลว่าครูอาจารย์ บรรดา せんせい ที่เคยร่ำเรียนมาในระบบการศึกษาของญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะมีความเข้มงวดกวดขัน และได้รับการปลูกฝังว่า “เป็นครูหนึ่งวัน เป็นพ่อชั่วชีวิต” และที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ せんせい แผนกศัลยกรรมของผมคนนี้ มีชื่อเรื่องอารมณ์ร้าย เวลาผ่าตัดไม่ได้ดั่งใจ ไม่ก็พังข้าวของ ไม่ก็ด่าพยาบาลจนร้องไห้ ไม่ก็ไล่แพทย์ที่ไม่มีประสีประสาออกจากห้องผ่าตัด... ถ้าไม่ใช่เพราะจับฉลากแล้วแจ๊กพอตแตก พูดตามตรงว่า ผมไม่อยากให้ชีวิตเด็กใหม่อย่างผม เพิ่งจะก้าวสู่สนามรบ ก็เจอกับ せんせい เลย

          ผมอยู่ในห้องผ่าตัดของ せんせい อย่างระมัดระวังผ่านไปสามวัน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น วันที่สามออกเวร หัวหน้าแผนกวิสัญญีเรียกผมไปพบ โยนบทความบทหนึ่งให้ผม บอกว่าหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่งเชิญ せんせい เขียนบทความวิจารณ์ เขาใช้เวลาหนึ่งวันเต็มเขียนมัน สั่งให้ผมช่วยปรับแก้

          “คุณก็รู้ せんせい สมัยก่อนเขาเรียนโรงเรียนญี่ปุ่น ไม่เก่งเรื่องภาษาจีน” หัวหน้ากล่าว “ผมรู้ว่าสมัยก่อนคุณเคยเรียบเรียงนิตยสารโรงเรียน...”

          มันเป็นบทความความยาวประมาณหนึ่งพันตัวอักษร ผมนำกลับไปอ่านดูที่บ้าน สวรรค์ทรงโปรด เรียงความของ せんせい นี่มันไม่ลื่นอย่างอาการหนัก ผมรีบโทรศัพท์รายงานเรื่องนี้กับหัวหน้าแผนกวิสัญญีทันที

          “หัวหน้าอยากให้ผมลงมือแก้ไขเต็มที่” ผมพูดอย่างเป็นกังวล “หรือแต่งๆ นิดหน่อยพอเป็นพิธีก็พอครับ”

          “ควรแก้ไขยังไงก็แก้มา” หัวหน้าตบอกรับประกัน “ในส่วนของ せんせい ผมจัดการเอง”

          ผมพิจารณาใจความของเนื้อหา แล้วแทบจะเป็นการรีไรท์ขึ้นใหม่ วันรุ่งขึ้นหัวหน้าเห็นบทความที่ผมแก้ไขแล้ว ขมวดคิ้วครู่หนึ่ง ไม่พูดอะไร เพียงสั่งให้ผมเอาบทความไปส่งせんせい เอาเอง เห็นว่าเจ้านายยังขมวดคิ้ว ผมนึกในใจว่างานเข้า แต่ดูท่าทางไม่เหมือนว่าเจ้านายคิดจะช่วยรับหน้าให้สักนิด จึงได้แต่บากหน้าไปเคาะประตูห้องทำงานของ せんせい

          “เข้ามา”

          ขณะที่ผมเดินเข้ามาในห้องทำงาน せんせい นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ขาทั้งสองข้างพาดอยู่บนโต๊ะ แทบจะไม่มองมาทางผมแม้แต่นิด

          “せんせい ครับ” ผมกล่าวอย่างนอบน้อม “ต้นฉบับบทนั้น ผมแก้เสร็จแล้วครับ”

          พอได้ยินว่าเป็นเรื่องของต้นฉบับ เขารีบชักเท้าลงจากโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน เดินตรงมารับต้นฉบับไปจากมือของผม

          “คุณเป็นคนแก้รึ” เขาถาม

          “ใช่ครับ” ผมยืนอยู่ตรงกึ่งกลางห้องทำงาน วิตกเหลือเกินว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

          เขาเกาหัว ตาจ้องต้นฉบับไปพลาง ตะโกนเรียกผู้ช่วยไปพลาง เมื่อเรียกแล้วผู้ช่วยไม่มา เขาวางต้นฉบับลงบนโต๊ะ หันไปเปิดหารื้อค้นลิ้นชักวุ่นวาย ไม่รู้หาอะไร

          “แย่จริงๆ” เขาหาพลางบ่นพลาง “ใบชาเอาไปเก็บไว้ที่ไหนกันนะ”

          ตอนแรกผมนึกว่า せんせい มีนิสัยดื่มชาเวลาอ่านต้นฉบับ คิดไม่ถึงว่าชานั่นเขาชงให้ผมโดยเฉพาะ ที่เวอร์ไปกว่านั้นคือ เมื่อชงชาเสร็จ เขาบอกให้ผมไปนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ของเขา ซึ่งทำให้ผมช็อกไปจริงๆ ผมพยายามปฏิเสธ แต่เขากลับพูดว่า “ตอนนี้ คุณคือ せんせい”

          ผมปฏิเสธไม่ไหว จึงต้องยอมนั่งแต่โดยดี แล้วอธิบายเหตุผลที่แก้ไขแต่ละข้อแต่ละคำอย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นจนจบ せんせい ยืนนิ่งไม่ไหวติง เหมือนกับเด็กนักเรียนประถม พยักหน้ารับฟังคำอธิบายของผมทุกคำ สุดท้ายเขาส่งผมออกไปจากห้องทำงาน ยังโค้งคำนับเก้าสิบองศาให้อีก

          “ขอบคุณ” เขาพูด

 

          ต่อมา ทุกครั้งที่ せんせい เจอผมจะเป็นฝ่ายเอ่ยคำทักทาย ส่วนผมก็ผ่านงานเดือนนั้นไปโดยสวัสดิภาพ หลังจากที่ผมออกจากห้องผ่าตัดของ せんせい แล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาอาละวาดขึ้นอีก ก็มีคนคนหนึ่งเชิญหมอเล็กๆ อย่างผมเข้าไป ซึ่งก็มหัศจรรย์มาก พอเห็นผมเท่านั้น せんせい ก็หยุดอาละวาด ทำการผ่าตัดของเขาเงียบๆ ต่อไปทันที

          ตอนแรกผมนึกว่าเป็นเพราะผมดวงดี ต่อมาเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆ อีกหลายครั้ง ผมรู้สึกถึงความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นในความเงียบของ せんせい ผมจึงเริ่มไม่คิดเช่นนั้นอีกต่อไป

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องเล่านี่สนุกดีค่ะ

เซ็นเซดีจังค่ะ นึกว่าจะโดนดุซะแล้วconfused smile

#7 By myjevil on 2010-04-30 18:09

น่าอ่านมากเลยค่ะเล่มนี้ :)

#6 By cherrykids on 2010-04-30 02:44

คงมีเรื่องน่าประทับใจเต็มไปหมดเลยนะคะ
big smile big smile big smile

#5 By Prae on 2010-04-30 00:37

หนังสือน่าอ่าน ก็มีแต่คนอยากอ่านเน๊อะ :))
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#4 By lllmukoilll on 2010-04-29 18:29

อยากอ่านเล่มสมบูรณ์แบบเต็มๆจัง

#3 By Clepsydra:: on 2010-04-29 18:13

ยังแปลอยู่เลยครับน้องอ่อม -*-
กว่าจะผ่านกระบวนการพิมพ์เสร็จออกมาเป็นเล่ม
คงลืมกันไปแล้วเลยทีเดียว ^^

#2 By Beermyself on 2010-04-29 18:07

ว้าวววว
หนังสือหมอโหวว
อยากอ่านแล้วค่ะๆbig smile

#1 By AOM on 2010-04-29 17:59