กล่าวถึงหนังสือเล่มใหม่ของหมอโหวที่กำลังแปลอยู่เล่มนี้ มีเรื่องช้ำใจจะเล่าให้ฟัง

 

ปกฉบับจีน

 

     บ่ายวันเสาร์ที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากเข้าฟิตเนสกันที่เอกมัยเสร็จแล้วมานั่งทำงานกันที่ Starbuks สาขาฟามาซี (ใกล้กับโกลเดนเพลส บนถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา ตรงใกล้กับแยกพระรามเก้า) สั่งกาแฟนั่งลงเริ่มแปลงานที่ค้างอยู่ เรื่องที่แปลคือเรื่องต่อไปนี้...

     ก่อนจะเริ่ม ผมมีคำถามใกล้เคียงกับคำถามของคุณหมอโหวในเรื่อง ก่อนจะเริ่มอ่านต่อไป มาช่วยนึกในใจกันก่อนนะ ว่าคำตอบคืออะไร...

     กาแฟสตาร์บัคส์ที่แพงที่สุด ที่คุณเคยกิน ราคาเท่าไหร่... ติ๊กต่อกๆๆๆ นึกไปนะ แล้วมาอ่านเรื่องต่อไปนี้กัน...

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เอ๊ะ นึกคำตอบก่อนสิ... ติ๊กต่อกๆๆๆ

.

.

.

.

.

.

.

 

     ปลา

     ตอนแรกคือ ระหว่างกินข้าวอยู่มีคนพูดขึ้นมาเรื่องบูยาเบส ซุปปลาของฝรั่งเศส ต่อมาบทสนทนาลากยาวไปถึงเรื่องราคาของปลาหมึกสีดำ ตามด้วยซูชิปลาดิบของญี่ปุ่นที่มีราคาถึงหนึ่งหมื่นกว่าหยวนดอลลาร์ไต้หวัน... ไม่รู้ทำไม จากนั้นทุกคนก็เริ่มคุยกันเรื่องปลาที่แพงที่สุดที่ตัวเองเคยกิน

     “จำได้ไหมว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งนิยมเลี้ยงปลามังกรกัน ว่ากันว่ามันช่วยนำพาโชคลาภ ตอนนั้นร้านเสริมสวยของฉันเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ฉันก็อินเทรนด์ เลี้ยงปลามังกรไว้ที่บ้านบ้างหนึ่งตู้ ทีนี้ฉันเลี้ยงปลาครั้งแรก ไม่มีประสบการณ์ ก็เอาปลามังกรเลี้ยงไว้ในตู้ นอกจากคอยให้อาหารมันแล้ว ก็ไม่ได้ทำอะไรอีกเลย

     พอถึงฤดูหนาว ปลามังกรมันทำท่าพะงาบๆ จะตายเอา ฉันรีบโทรศัพท์ไปถามเพื่อน เพื่อนบอกฉันว่าน้ำในตู้ปลาของฉันมันเย็นเกินไป ต้องเพิ่มอุณหภูมิให้มันด้วย ตอนนั้นกว่าตู้ปลาที่มีระบบปรับอุณหภูมิจากร้านขายสัตว์น้ำจะส่งมาต้องกินเวลาอีกหลายวัน ฉันนึกในใจว่า กว่าตู้ปลาจะส่งมาถึง ปลามังกรของฉันคงแข็งตายไปแล้ว จึงเกิดความคิดแหวกๆ ไปเอาขดลวดความร้อนเอนกประสงค์ (ที่ใช้สำหรับต้มน้ำร้อน) ไปเสียบแล้วจุ่มลงไปในตู้ปลาเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ

     ขณะกำลังจุ่มอยู่นั่นเอง ในร้านโทรศัพท์มาบอกว่าคุณนายท่านผู้ว่าฯ มาทำผม เมื่อได้ยินว่าคุณนายผู้ว่าฯ มาที่ร้าน ฉันรีบผละจากทุกอย่างวิ่งออกไปต้อนรับ หลังจากใช้เวลาสองสามชั่วโมง ทำผมของคุณนายเสร็จสิ้นสมบูรณ์ แล้วเตรียมกลับบ้าน ฉันจึงนึกขึ้นได้ว่า เวรกรรม ขดลวดต้มน้ำร้อนยังแช่อยู่ในตู้ปลานี่นา...”

     เถ้าแก่เนี้ยร้านเสริมสวยกลับถึงบ้าน ปลามังกรก็ต้มสุกแล้ว เธอจึงจำต้องนำไปเลี้ยงเพื่อนๆ ช่วยกันกินเจ้าปลามังกรมูลค่าหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนจนหมดเกลี้ยง เมื่อฟังถึงตรงนี้ ทุกคนรอบโต๊ะต่างจู๊ปากกันเป็นทิวแถว ท่ามกลางเสียงอึงอลนั้น เพื่อนอีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า “ฉันเคยกินปลาที่แพงกว่านั้น”

 

     “ล้อเล่นน่า”

 

     “มันเป็นปลาช่อนทะเลของไต้หวัน ฉันเพิ่งกินได้ไม่กี่คำเท่านั้นก้างปลาก็ติดคอ จนท้ายที่สุดรู้สึกร้อนไหม้ไปทั้งช่องอก พอส่งไปถึงห้องฉุกเฉินหมอบอกว่าอันตรายมาก ต้องผ่าตัดส่องกล้องเพื่อหยิบเอาก้างปลาออกมา ฉันจึงถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดแบบงงๆ รอจนตื่นขึ้นมา บนตัวก็ใส่ท่อ nasogastric tube (สายให้อาหารทางจมูกต่อไปถึงกระเพาะอาหาร) แล้ว เนื่องจากทางเดินอาหารบาดเจ็บขั้นรุนแรง จึงต้องนอนโรงพยาบาลสามอาทิตย์เต็ม ต้องกินอาหารผ่านสายยางตลอดเวลา วันที่กลับบ้านฉันเห็นบิลค่ารักษา ทั้งหมดหมดไปสองแสนกว่าๆ”

     “พระเจ้า” ทุกคนโหวตให้ปลาตัวนี้เป็นแชมป์ “แพงชะมัดยาด”

     “ที่น่าเจ็บใจกว่านั้นคือ” เขาพูดต่ออย่างใจเย็น “ปลาราคาแพงลิ่วขนาดนั้น ฉันเพิ่งกินได้แค่ครึ่งเดียวเอง”

.

.

.

.

     เรื่องราวหมอโหวฯ ตอนนี้ จบเท่านั้นแหละ แต่เรื่องของผมยังไม่จบ

     กาแฟแมงดาวที่คุณเคยกินราคาแพงสุดเท่าไหร่นะ?... เหรอ

     วันนั้นผมสั่งลาเต้ร้อน ในแก้วส่วนตัว เขาคงเรียกว่า เพอร์เซอนัล ทอล ลาเต้... อะไรทำนองนี้มั้ง ราคาก็ 90-10 ควรเท่ากับ  80 บาทสินะ (เอาแก้วไปเองลดให้สิบบาท) หลังจากแปลบทข้างบนนั้นจบเท่านั้นแหละ ไม่รู้จะเอื้อมไปหยิบอะไร มือไปปัดโดนแก้ว (แก้วเอาไปเอง สีเขียวทรงสูง) มันถลำ... ไปข้างหน้า ฮึ่ยยย... ซวยแล้ว แต่ไม่ มันยังไม่คว่ำ มันล้มกลับมาด้านหลัง... ฮึ่ยยย ซวยกว่า!!! คอมฯ กู!!! ใช่ครับ มันไม่ล้มโครมทั้งแก้ว แต่ "กระฉอก" อย่างแรง คว้าทิชชู่มาซับกันแทบไม่ทัน (ตอนนี้นึกเสียใจว่าทำไมไม่ถ่ายรูปเก็บไว้) 

     หลังจากเช็ดแล้ว รีบส่งตัวเข้าโรงพยาบาลโดยด่วน ตอนนั้นเพิ่งเกิดเรื่องหยกๆ รพ.จุฬาไม่รับผู้ป่วยนอก ซวยจริงๆ จึงนำตัวเข้าศูนย์การแพทย์เครื่องแม็คอินทอชฉุกเฉินที่ฟอร์จูน... ด้วยหน้า... ที่คนข้างๆ เรียกว่า "จ๋อยๆ" (แม้ปากจะบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก คอมฯ ตัวนี้ใช้มาเกือบสามปีแล้ว คงถึงฆาตแล้วมั้ง...​แต่เขาก็บอกว่า เสียงยิ้มๆ แต่หน้าก็ยังจ๋อยๆ... =_=a)

     เมื่อวานครับ ทางศูนย์โทร.มาแจ้งราคาแล้ว ปุ่ม ง. งู ค้าง เปลี่ยนยกแผง ราคา 5,500 บาท จอ Lcd กาแฟเข้า (เปื้อนๆ อยู่ข้างใน) ค่าเปลี่ยน 12,000 บาท หากเปลี่ยนตามที่แจ้งมา จะไม่คิดค่าแรง หากไม่เปลี่ยน ก็จะคิดค่าแรง 1500++ (ยังไม่รวมแวต) 

     ครับ ผมตัดสินใจตรงนั้นทันทีว่าไม่ซ่อมครับ หึหึ (จ๋อยอีกที) วันนี้ไปรับกลับมาแล้ว เปิดดูยังได้กลิ่นลาเต้โชยๆ ออกมาตรงแถวๆ ง.งู อยู่เลย จ่ายไปทั้งสิ้น 1,605 บาท

     น่าจะเป็นกาแฟราคาแพงสุดที่ผมเคยกินแล้วละครับ

     ไม่สินะ สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร

     ถ้าเร็วๆ นี้เครื่องรวนจนใช้งานไม่ได้ อาจมีสิทธิ์ต้องถอย mac book air ออกมาใช้ ราคาถูกสุดตอนนี้ก็ประมาณห้าหมื่นเจ็ดยังไม่รวมแวต T_T

     หวังว่าผมยังไม่ต้องกินกาแฟราคาเหยียบหกหมื่นนะครับ

     และที่เจ็บใจกว่านั้น... กาแฟแก้วนั้นผมกินไม่หมดแก้วด้วยครับ ฮือฮือฮือ หมอโหว นะ หมอโหว...

 

 

มีใครจะเกทับหรือเปล่า หึหึ

 

ภาพก่อนเกิดเหตุ ถ่ายโดย lllmukoilll (ช่วงนี้หน้าโจรมาก กรุณาอย่าใส่ใจ)

 

รูปนี้ เอามาให้เห็นแก้ววายร้าย (ก่อนนี้ยังเป็นแก้วคู่ใจอยู่เลย ตอนนี้เป็นวายร้าย... ซ่อบร้าย...)

(กรุณาดูแก้ว ไม่ต้องดูเค้ก)

 

อาการหน้าจอ ณ ตอนนี้ คราบที่เห็นนั่น อยู่ข้างในนะครับ เช็ดไม่ได้

 

จบข่าว T_T

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง... เง้อ

อย่าวางเครื่องดื่มไว้ใกล้คอมฯ นะคร้าบบบ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ถ้วยถัุงกระลังมังหม้อ
เสียจัยด้วยค่ะ

**เค้กน่ากินดีน๊ค๊double wink Hot!

#11 By ~Orange-Blue~ on 2010-05-12 15:53

เสียใจด้วยค่ะ sad smile

คิดว่าแก้วทรงเตี้ยจะมีโอกาสหกน้อยกว่า เพราะมือปัดไม่โดน (ฮา..) open-mounthed smile


ปล.เค้กน่ากินมากก
-..-

#10 By iPranggs ♥ on 2010-05-08 20:26

5555.....งี้แหละใช้แม็คแพงซะด้วย....55555..เยาะเย้ยอีกที
เจ้ใช้ซีพีธรรมดา...แป้นก็เปลี่ยนเป็นพลาสติกม้วนเก็บได้..กาแฟหกก้ไม่กลัวเจ้ง.....55555(จนกว่ายังไปคุยทับเค้าอีก..โอ้ชีวิตตรู)sad smile

#9 By เจ้นุช on 2010-05-06 16:34

แต่ละคน ไหงน้ำลายไหลกันทั้งนั้น ไรเนี่ย...
ใช่แพร เรื่องนี้แหละ

#8 By Beermyself on 2010-05-06 15:07

เหมือนจะมีวันนึงที่พี่เบียร์ทวีตถาม คงจะเป็นเรื่องนี้ด้วยสิคะเนี่ย
แพงน่าดูเลย

#7 By Prae on 2010-05-06 14:56

อืม..ม แพงมั่กๆๆๆsad smile

#6 By Zuni on 2010-05-05 21:54

#2 ขอบคุณครับ T_T <---หน้าจ๋อยๆ

#3 ใช่ๆๆ วันนั้นฝนตก... เกือบมาเห็น crime scene ซะแล้ว

#5 By Beermyself on 2010-05-05 19:25

明明就是聲東擊西
ปากว่าดูแก้ว ที่จริงหลอกเอาเค้กมายั่วน้ำลายยย

#4 By N@Ni (58.8.233.39) on 2010-05-05 19:24

อ่านข้อความที่คุณเบียร์แปลแล้วอ่านเรื่องของคุณเบียร์ต่อ รู้สึกเป็นเดจาวูที่เลวร้ายสุดๆเลยค่ะ TvT~~



ปล...วันนั้นช่วงบ่ายเกือบแวะสตาร์บัคสาขานั้นด้วย แต่พอดีฝนมันตกๆเลยขับผ่านไป

#3 By คาโอเรนจ้า on 2010-05-05 19:24

โถถัง /ตบบ่าๆ

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง