โบราณบอกว่า  打铁趁热 ต๋าเถี่ย เชินยื่อ แปลว่า ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน หมายถึงเวลาฮึดอยากทำอะไรให้รีบทำ เพราะถ้าไฟมันถอย หายฮึดหายอยาก จะไม่ได้ทำ มันเป็นเช่นนั้นแล... ผมเคยเสียงานหลายอย่าง (ไม่ใช่เสียหาย แต่เสียไปเลย ไม่ได้ทำ) เพราะความคร้านนี่เอง เมื่อความ... เอ่อ เรียกไงดี... ความ กรี๊ดๆๆๆ ว้ากๆๆๆ ย้ากๆๆๆ โอ๊กส์ๆๆๆ อ๊ากส์ๆๆๆ มันหมดไปปุ๊บ เราก็จะเข้าสู่กระบวนการผลัดวันประกันพรุ่ง จนถึงชาติหน้า

        เศร้า

       ดังนั้นเพื่อให้อดีตเป็นบทเรียน เมื่อกำลังกรี๊ด ว้าก ย้าก โอ๊กส์ๆ อ๊ากส์ๆ เหมือนซาร่าอยากบอก ว่าสามก๊กมันจอร์จมาก ก็ต้องรีบเอามาบอก ก่อนที่จะกลายเป็นโปรเจกต์ที่เรียบร้อย---เหมือนผ้า "พับ" ไว้ อีกหนึ่งโปรเจกต์

 

*** *** *** 

 

       เอาล่ะเข้าเรื่อง สามก๊กคืออะไร เราแปลกันห้วนๆ สามก๊ก ก็คือ "ก๊ก---แคว้น, ประเทศ" สามแห่ง มันเป็นชื่อเรียกประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งของประเทศจีน อย่างเช่นบ้านเราก็มีสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และสมัยนี้เป็นกทม. ใช่มะ จีนก็มีเหมือนกัน บ้านเรามีประวัติศาสตร์มาแปดร้อยปีใช่มะ จีนก็มีเหมือนกัน เขาเป็นตั่วเฮียที่อายุมากกว่า (เอ๊ะ หรือจะเรียกว่าเหล่ากงมากกว่า) คือบ้านเราแปด ร้อย บ้านเขาสี่พันกว่า (ไม่นับรวมมนุษย์ ปักกิ่งที่ขุดพบนะ)

       เคยดู "พระศรีสุริโยทัย" ฉบับวาระแห่งชาติไหมครับ กล่าวคือแทบทุกโรงเรียนต้องพานักเรียนไปเหมาโรงกันดู แบบไม่แคร์อารมณ์ง่วงกันเลย ผมเองรอจนกระแสมันซาแล้วเข้าไปดูในโรงที่ใกล้เจ๊งแถวมรามคำแหง แบบว่าทั้งโรงนั่งดูกันอยู่สี่คนสี่มุมก็ยังเปิดฉาย มันเป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าเรื่อง "ถูกฟันสะพายแล่ง" ของวีรสตรีแห่งสยามประเทศใช่ไหมครับ แต่การถูก "ฉับ" ว้ากก แล้วตกช้างนั้น มันอย่างเก่งก็ไม่เกินสิบนาที มันจะสร้างหนังได้ไงเล่า ท่านเจ้าจึงต้องขยายเป็นภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ตั้งแต่พระองค์ท่านเป็นสาว จนกระทั่งกลับมาเกิดใหม่เป็นลูกสาว... (ทำไปได้)

       "สามก๊ก" ก็เป็นประวัติศาสตร์หน้า หนึ่งในอายุขัยของประเทศจีน ที่บันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเขาก็บันทึกของเขาเรื่อยมา สามก๊กเป็นเพียงรัชสมัยช่วงหนึ่งในไทม์ไลน์สี่พันปี เมื่อดึงช่วงร่วมร้อยปีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในสามก๊ก ให้แยกออกมา ก็เรียกมันว่า "จดหมายเหตุสามก๊ก" หรือสามก๊กฉบับพงศาวดาร ก็ ว่ากันไปตามสำนวนใครสำนวนมัน

       ส่วน "วรรณกรรมสามก๊ก" ที่เราจะนำมาบอกเล่ากันนี้นั้น แต่งโดยผู้แต่งที่มีนามว่า "หลอกว้นจง" ในยุคหลังๆ โดยหยิบโน่นจับนี่ในประวัติศาสตร์ ขึ้นมาเรียบเรียงและใส่สีตีไข่ไปตามความบ้าอันเป็นปกติวิสัยของนักเขียนทุก คน แล้วเกิดเป็น "วรรณกรรมสามก๊ก" หรือบางค่ายก็เรียกว่า "สามก๊กฉบับแปลง" นั่นแหละหนา

 

*** *** ***

 

       นายหลอก้วนจงก็คงคิดไม่ถึงหรอก ว่าสามก๊กฉบับกูมันจะโด่งดังเป็นพลุแตก ทำคุณอนันต์และทำโทษมหันต์ จนกระทั่งเล่าขานกันว่าชาวแมนจูเอาไปแปลแล้วใช้เป็นตำราพิชัยสงครามจนเข้าตี ประเทศจีน สถาปนาราชวงศ์ชิงสืบมากันเลยทีเดียว

        สามก๊กฉบับหลอก้วนจงนั้นเริ่มเล่าตั้งแต่ช่วงปีค.ศ. 168 จนจบเล่มที่ปี ค.ศ. 220 โดยประมาณ ฉบับแปลภาษาไทยด้วยกันหลายสำนวน แต่ฉบับแรกก็คือ "ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)" ที่พิมพ์ครั้งแรก (ขอใช้ภาษาบ้านๆ ก็คือ) เพื่อแจกในงานศพ (ไม่มีใครคิดว่ามันจะโด่งดังเช่นกัน) ประวัติความเป็นมาในการแปลและพิมพ์สามก๊กฉบับนี้ ควรค่าแก่การทำความเข้าใจอย่างยิ่ง ในสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ทุกเล่มที่มีการพิมพ์ซ้ำ จะรวมประวัติความเป็นมาส่วนนี้เอาไว้ด้วย (ประมาณหนึ่งในสี่ของเล่มหนึ่งกัน เลยทีเดียว) ผมขอเรียกมันว่า เป็นคำนำผู้แปล (หรือ ทีมผู้แปล) และคำนิยมที่ยาวที่สุดในโลก

       สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เนี่ยนะ เรื่องนี้ต้องขยายนิดนุง "ภาษา" ที่ใช้ (ก็ภาษาไทย นั่นแหละ) อ่านแล้วจะได้ฟีลภาษาสุริโยทัย ภาษาพี่มากขา ภาษาละครย้อนยุค ภาษากระจกเงาทะลุมิติ ภาษาสี่แผ่นดินมากมาย มันขลังกันตรงนี้แหละ ที่ฉบับแปลใหม่ ตีให้ตายก็ทำให้เก่าและเก๋าแบบนั้นไม่ได้

        จนกระทั่งตอนที่ผม "ต้อง" หยิบมาอ่านครั้งแรก (เพราะต้องเอามาใช้ตรวจงาน) ต้องอดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับสำบัดสำนวนรุ่นปู่ไม่ได้ จนต้องทวีตบอกต่อกันไปเลย สั้น กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ได้ใจความ เห็นภาพ ดิบโหด... ไม่มีบรรยายเวิ่นเว้อ เป็นผักบุ้งท่วมทุ่งน้ำโหรงเหรงกันเลยทีเดียว

.

.

.

       "ฝ่ายซุนเกี๋ยนนั้นมีทหารเอกไปด้วยสี่คน ชื่อเทียเภาถือทวนหนึ่ง อุยกายถือกระบองเหล็กสี่เหลี่ยมหนึ่ง ฮันต๋งถือง้าวหนึ่ง โจเมาถือกระบี่สองมือหนึ่ง ซุนเกี๋ยนแต่งตัวใส่เกราะแล้วถือง้าวใหญ่ พาพวกทหารออกมาหน้าด่านแล้วร้องว่า อ้ายพวกขบถมึงเร่งเปิดประตูออกมาเข้าเกลี้ยกล่อมกูจงเร็ว (หมายถึงมากล่อมให้กูยอมรับการสวามิภักดิ์ของมึง---เบียร์บอก) ถ้า ช้าอยู่กูจะหักเข้าไปตัดศรีษะเสียให้สิ้น โฮจิ้นได้ยินดังนั้นจึงว่าแก่ฮัวหยงว่า ข้าพเจ้าจะขอทหารห้าพันจะอาสาออกไปตี ฮัวหยงเห็นชอบด้วยก็จัดทหารให้โฮจิ้น โฮจิ้นก็ยกทหารเปิดประตูออกไป"

       (จากฉบับเจ้าพระพระคลัง (หน) ตอนที่ 4)

       เป็นไงล่ะ หึหึ (หลุบตาลง ขยักมุมปากบนด้านซ้าย อมยิ้มอย่างมีภูมิ)

 

*** *** ***

 

       ส่วนสามก๊กฉบับวิเคราะห์ วิจารณ์ ปรับใช้ ฯลฯ ก็ว่ากันไปตามแต่ละค่าย และแต่ละผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งก็แตกแขนงมาจากสามก๊กฉบับวรรณกรรมด้วยกันทั้งสิ้น

       อยากเขียนนิยายให้ได้อย่างนี้สักเล่มจัง ว่ามะ...

 

*** *** ***

 

        สรุปนะครับ สามก๊กที่เราจะนำมาเล่ากัน คือนิยายยักษ์อิงประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งของประเทศเพื่อนบ้านไซซ์ บิ๊ก---ประเทศจีน กินเวลาทั้งสิ้นหนึ่งร้อยกว่าปี มีตัวละครมหาศาล และเรื่องราวที่อัดแน่น จนกระทั่งใช้ภาษาสั้น กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ได้ใจความ เห็นภาพ ดิบโหด... ไม่มีบรรยายเวิ่นเว้อ เป็นผักบุ้งท่วมทุ่งน้ำโหรงเหรงขนาดนี้ ก็ยังอ่านข้ามไม่ได้แม้แต่หน้าเดียว มิเช่นนั้นก็จะ "หลุด" เรื่องทันทีว่า เฮ้ย ไอ้หมอนี่มาได้ไง อะไรประมาณนี้

        แล้วช่วงหน้าเราค่อยเล่ากันแบบคนเริ่มรู้เรื่องนะ อย่าซีเรียสกับเรื่องซีเรียส สามก๊กมันก็แค่นิยายเรื่องหนึ่งเท่านั้นแหละ อาจจะเป็นหนึ่งในสี่วรรณกรรมระดับชาติของจีนก็ช่างเขา นี่ประเทศไทย เราจะอ่านตามความพอใจของเราเท่านั้น รู้ซะบ้างว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละไม่กี่บรรทัด (หลาย ตัวเลขเหลือเกิน ไม่รู้จะอ้างอิงตัวเลขไหนดี เอาเป็นว่าน้อยก็ละกัน) มาเป็นเล่มๆ หนาๆ ไม่มีพี่เคนเป็นพระเอก พี่แอนเป็นนางเอก ต่อให้เป็นวาระแห่งชาติตรูก็ไม่สนเฟ่ย

        ใช่ครับ อย่าเพิ่งมองว่ามันเป็นยักษ์ โหย สามก๊กเหรอ หูว์ ตาว์ คอว์ จมูว์ก ปวากกก จงอ่านขำๆ อ่านเบาๆ แบบเดียวกับที่อ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์ อ่านลอร์ด ออฟเดอะริง นั่นแหละ และจงพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วย กับเรื่อง "ชื่อสารพัดฮา" ในเรื่อง ตั้งฉายาขำๆ ให้กับชื่อต่างๆ จินตนาการหน้าไปด้วยก็จะยิ่งเจ๋ง ชื่อแปลกๆ อย่างนี้หาไม่ได้อีกแล้วในนิยายเล่มไหนๆ นะขอบอก

 

        ยกตัวอย่างเหรอ

        ได้เลย

 

แฮหัวหลิม

โจยอย

อุยกาย

เกียดเป๋ง

เตียวหุย

ตั๋งโต๊ะ

โฮจิ้น

เล่าจ๋อง

อ้วนสุด

อ้วนเสี้ยว

ซุนเกี๋ยน

เหี้ยนเต้

หองจูเหียบ

 

        เป็นไงล่ะ แค่คิดก็ขำแล้ว แล้วพบกันในเอนทรี่หน้า กับสามก๊กในตอนอุ่นเครื่องครั้งที่สอง อิอิ

 

      โฮจิ้นวุ๊ย หุยฮากันใหญ่ เกียดเป๋งจริงๆ เล่ย เหี้ยนเต้เอ๊ยย...

อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี ...คารวะ

Comment

Comment:

Tweet

สำนวนเก่าๆ ก็ได้อารมณ์กับสามก๊กดีเหมือนกันแฮะconfused smile

#2 By wesong on 2010-07-01 15:22

อ้า .. พึ่งรู้นะเนี่ย คนแต่งชื่อ หลอกว้นจง
ขอจำไว้หน่อย อิอิ ;D Hot!