พูดว่า "ไม่รู้" เจ๋งกว่า "รู้"!

 

     สมัยเด็กๆ ผมยกย่องนับถือคนที่รู้ไปหมดทุกอย่าง เคยตั้งใจไว้ว่า ถ้าเป็นไปได้ โตขึ้นก็อยากเป็นคนอย่างนั้น

     เมื่อค่อยๆ โตขึ้น ได้เจอกับคนที่เจ๋งๆ เก่งๆ จริงๆ จำนวนมาก ตั้งแต่เจ้าของรางวัลโนเบล นักธุรกิจมหาเศรษฐี เสาเอกในวงการศึกษา... พวกเขาต่างก็พูดว่า "เรื่องนี้ผมไม่รู้ ไม่ทราบว่า..." จากนั้น ผมก็พบว่าบรรดาคนที่รู้ไปหมดทุกอย่าง ที่ผมเคยยกย่องนับถือเหล่านั้น ต่างก็ต้องมีปัญหา

     เพราะว่า บรรดาคนเก่งจริงเจ๋งจริงที่ผมเจอ แม้ในขอบเขตเนื้อหาที่ตนเชี่ยวชาญช่ำชองที่สุดก็ยังมีเรื่องที่ไม่รู้ แล้วบรรดาผู้ที่ไม่ใช่ผู้ทรงอิทธิพลทางด้านนั้นๆ ทั้งหลายแหล่เล่า จะ "รู้" ไปหมดทุกอย่าง ได้ยังไงกัน

     ผมจำได้แม่นยำมาก ครั้งแรกที่ผมได้ยินเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์พูดกับคนไข้ว่า "ขออภัย ปัญหาข้อนี้ทางการแพทย์ของเราปัจจุบัน ยังไม่รู้วิธีแก้ไข" ผมถึงกับช็อก

     แต่เมื่อหวนคิดอีกที ผู้ที่สามารถพูดว่า "ไม่รู้" อย่างน้อยเขาต้องแน่ใจก่อนว่า มีอะไรที่ขอบเขตของวิชาความรู้แขนงนั้น "รู้" แล้วบ้าง จึงจะแยกแยะได้ว่า มีอะไรที่ยัง "ไม่รู้" ไม่เพียงเท่านี้ คนที่พูดคำว่า "ไม่รู้" สำหรับผู้ที่ความสามารถเฉพาะทางคนหนึ่งแล้วนั้น นั่นยังหมายถึงภาระหน้าที่และความกดดัน ที่เขา "ต้องทำให้รู้ ในอนาคต"
 
     (ดังนั้น การพูดคำว่าไม่รู้ ความจริงเป็นเรื่องที่ไม่สบายเอาเสียเลย และการเอาชนะความรู้สึกไม่สบายนี่เอง ทำให้คนเหล่านี้ก้าวหน้า)

     เมื่อคิดด้วยหลักคิดดังกล่าว ทำให้พบว่า คนที่สามารถพูดคำว่า "ไม่รู้" ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น เจ๋งกว่าคนที่พูดแต่คำว่า "รู้" เยอะกว่าเยอะ

      หลังจากเคลียร์ในจุดนี้ แล้ว ผมก็เริ่มชอบคนที่รู้จักพูด กล้าพูดว่า "ไม่รู้" ไม่เพียงเท่านี้ ผมเองยังเปลี่ยนความตั้งใจใหม่ โดยตั้งใจว่า ขอเป็นอย่างคนที่สามารถพูดว่า "ไม่รู้" แบบนี้ให้ได้

 

แปลจาก FB แฟนเพจของโหวเหวินหย่ง...說“不知道”比"知道“厲害很多啊!

 

 

我小時候最崇拜什麽都懂的人。曾經立志,如果可以的話,長大也想當那種人。

慢慢長大,見識過了很多真的很厲害的人,包括諾貝爾獎的主、商界巨富、學界巨擘....他們都會說:”這個我不知道,請問...“之後,我發現過去我崇拜的那種什麽都懂的人是有問題的。

因為,如果我見識過的這些這麼厲害的人對自己最熟悉的領域都有不知道的事了,那更不是權威的人,怎麼可能都 "知道“呢。

我記得很清楚,當我第一次聽見一個諾貝爾醫學獎得主對病人說:“對不起,這個問題目前我們醫學界還不知道該怎麼解決。”時,真的嚇了一大跳。

但回頭一想,能說“不知道”的人,他至少得先弄清楚知識領域裏所有“知道" 的是什麽,才能分辨出什麽是“不知道”的。不但如此,從自己口裡說出的“不知道”,對一個擁有專業能力的人,也代表著“將來必須把它弄懂”的責任和壓力。

(因此,說出不知道其實是不舒服的。但正因為想克服這個不舒服的感覺,造就了這些人的進步。)

這麼一推論,立刻就發現,在對自己、對別人誠實的前提下,能說“不知道”的人,顯然比只說”知道“的人厲害多了。

這樣想清楚之後,我就開始喜歡會說、敢說”不知道“的人,不但如此,我也認真地立志,改變我的志向,想學習當一個像這樣能說”不知道“的人了。


 

 

พบกับผลงานเล่มใหม่ของโหวเหวินหย่งได้แล้ววันนี้

 

"เอาไว้ค่อยกลุ้มพรุ่งนี้เหอะ"

 

เนื้อหาบางตอนในเล่ม "เอาไว้ค่อยกลุ้มพรุ่งนี้เหอะ" ที่เคยโพสต์ไว้ใน exteen

 
 
ปล.
ต้องทบทวนเหมือนกัน... คิดว่าตัวเอง "รู้" เยอะกว่า "ไม่รู้" หรือเปล่า = ='
ช่วงนี้งานยุ่งเข้าขั้นวิกฤตครับ

Comment

Comment:

Tweet

ใช่แล้วตราบใดที่ยังไม่ใช่ "พุทธะ" ก็ยังต้องเรียนเพื่อจะรู้อะไร ๆ อีกมากมาย ไม่มีวันจบสิ้น.........ฉนั้นการกล่าวว่า "ไม่รู้ซิ" จึงเป็นธรรมดาเป็นธรรมชาติที่สุด
ขอบคุณที่ "ไม่รู้"
เดชา ปัทมสิริวัฒน์

#8 By เดชา ปัทมสิริวัฒน์ (182.53.144.53) on 2011-10-08 05:23

อยากจะพูดว่าไปซื้อมาแล้วเรียบร้อย
พร้อม 'เอาอภิสิทธิ์ของเราคืนมา' ด้วยนะคะ
รอวานวาน ยังไม่มาถึงร้านใกล้บ้านซะที cry

#7 By Gaga Lovers on 2010-10-03 01:17

แอบแว้บมาอ่านของหมอโหว

อยากให้เพื่อนแพรลองอ่านบ้างจังค่ะ big smile

#6 By Prae on 2010-09-29 20:45

หนูไม่รู้ : )))))
Hot! Hot! Hot!

#5 By lllmukoilll on 2010-09-29 11:22

จริงเลยค่ะ อ.น้องเบียร์

พี่เป็นพวก "ไม่รู้" ของจริงค่ะ sad smile cry

พูดอย่างซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่นเชียวค่ะ big smile

Hot! เชียร์นักเขียนคนโปรด ยิ่งอ่านยิ่งชอบ

(หน้าแบบนี้แสดงว่าปลื้มมากค่ะ)

#4 By Mrs. Holmes on 2010-09-29 10:29

confused smile ต้องซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น confused smile

#3 By wesong on 2010-09-29 09:39

จริงครับ มนุษย์ย่อมต้องมีบางเร่njองที่เราไม่รู้ แต่บางคนกลับเสียเวลารักษาหน้าด้วยการอวดตัวเองว่ารู้ทุกเรื่อง คนแบบนั้นไม่ค่อยน่าคบเท่าไหร่

#2 By เคนหนี้ on 2010-09-29 09:23

พูดว่า "ไม่รู้" เจ๋งกว่า "รู้"!
ชอบคำนี้อ่ะพี่เบียร์โดนมากๆๆๆๆsurprised smile
Hot! Hot! Hot!

#1 By ...BLACK...LIVE... on 2010-09-29 09:18