ช่วงนี้งานเข้าครับ
 
แปลนิยายหนึ่งเล่ม
รหัสลับหลังคาโลก เล่ม 2
 
รูปหน้าปกรหัสลับหลังคาโลก
 
 
 
 
เปิดโปรเจกต์ใหม่ แปลนิยายภาพเล่มใหม่อีกหนึ่งเล่ม
โลมาหลงรักกาแฟร้อน
 
 
 
 
 
เปิดทวีตสอนภาษาจีนอีกหนึ่งอัน ชื่อ @pasajeen

เขียนต้นฉบับส่งสนพ.หนึ่งเรื่องในโปรเจกต์ first love
 
ปั่นไกด์บุ๊คหนึ่งเล่ม (เพิ่งก้าวหน้าไปหนึ่งกระดึ๊บ...)

ไปวิ่งวันเว้นสองวัน
 
ดูหนัง, ดูซีรีส์...ฯลฯ
 
 
 
*** *** ***
 
 
แต่เนื่องจากวันนี้งานแปลคืบหน้าเกินเป้าไปหน่อย
จึงให้รางวัลตัวเองโดยเติมบล็อกอีกสักหน้า
ด้วยบทความที่มีประโยชน์บทความนี้...
 
เป็นบทความที่ได้รับการกด like 3,600+ ใน 4 วัน

โปรดติดตาม...
 
 
*** *** ***
 
 
บางทีปัญหาก็คือคุณพยายามมากเกินไป
 
 
*** *** ***
 
 
      มีเจ้านายของเพื่อนคนหนึ่ง ซื้อบริษัทแห่งหนึ่งเพื่อยุบรวมเข้ากับบริษัทของตน แล้วส่งเพื่อนคนนี้ไปเป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัทแห่งนั้น เพื่อหวังให้เขาปรับปรุงบริษัทนั้น และเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรของที่นั่น แม้ว่าบริษัทเดิมที่เพื่อนทำงานอยู่ จะเป็นกิจการคนละอย่างกับบริษัทใหม่ แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขา ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการใหม่ของบริษัทนี้ไม่มากก็น้อย ดังนั้น เขาจึงมั่นใจเต็มร้อย เชื่อมั่นว่าตนมีศักยภาพในการบริหารงานใหม่ให้ดีได้
 
     ผู้จัดการใหม่เข้ารับตำแหน่ง ได้รับการต้อนรับอย่างเป็นอบอุ่นจากพนักงาน ผู้จัดการใหญ่ก็ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่เขามีต่อบริษัท และความคาดหวังต่อพนักงานอย่างเป็นมิตร ดูจากสีหน้าท่าทางของบรรดาเพื่อนร่วมงาน คล้ายกับว่าทุกคนก็ยินดี และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
 
     เพื่อตของผมเป็นผู้บริหารประเภททุกอย่างต้องลงมือเอง เมื่อเขาเข้าประชุมกับบรรดาผู้บริหารระดับหนึ่ง เขาสามารถชี้ให้เห็นข้อบอกพร่องในแผนธุรกิจ และให้คำแนะนำแก้ไข และบ่อยครั้ง ที่เขาจะอาศัยประสบการณ์เก่าของตัวเอง เสนอแนวทางและแนวคิดที่แปลกใหม่ขึ้นมา แนวคิดเหล่านี้เมื่อเสนอออกมา มักจะได้รับคำชมเชยจากบรรดาผู้ร่วมงาน ดังนั้นเมื่อนำไปผลักดันปฏิบัติ จึงเกิดประสิทธิภาพเป็นพิเศษ
 
 
*** *** ***
 
 
     ทีแรกเพื่อนของผมนึกว่าเขาน่าจะทำหน้าที่ได้อย่างสุขสมอารมณ์หมาย แต่ปรากฏว่าครึ่งปีให้หลังเจอเขาอีก เขาปรับทุกกับผมอย่างกลัดกลุ้มว่า เขาพบว่าบริษัททั้งบริษัท ต้องรอเขาคนเดียว การตัดสินใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ต้องให้เขาเป็นคนทำทั้งนั้น เคสทุกเคส งานทุกชิ้นหากเขาไม่เป็นคนเร่งรัดก็จะไม่ขยับ
 
     "นี่มันบริษัทของทุกคนนะ ทุกคนไม่เห็นหรือไง ว่าผมพยายามแค่ไหน ทำไมผู้ร่วมงานไม่เข้าใจผมเลย"
 
     พอผมฟังจบก็รู้ทันทีว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงไหน "บางทีปัญหาก็เกิดขึ้นตรงที่คุณพยายามมากเกินไปกระมัง"
 
     "ผมพยายามมากเกินไป?"
 
     "คุณลองทำตัวล่องหนชั่วคราวดูหน่อยไหม ดูว่าผู้ร่วมงานของคุณจะมีปฏิกิริยายังไง"
 
     "ล่องหน?"
 
     ผมช่วยหาวิธีให้เขาอย่างหนึ่ง วิธี นี้ก็คือ : นับตั้งแต่วันรุ่งขึ้นเป็นต้นไป เวลาที่ผู้จัดการใหญ่เสนอความเห็นอะไร อย่าพูดว่านี่เป็นความเห็นของเขา แต่ให้พูดว่า "เมื่อวานผมเจอเพื่อนคนหนึ่ง เขาเสนอมาแบบนี้ ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า ผมอยากฟังความเห็นจากทุกคนอีกที ถ้าทำได้ก็จะลองดู ถ้าทำไม่ได้ก็ช่างมัน"
 
     พอเปลี่ยนเช่นนี้ ก็เกิดสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ไอเดียแนวคิดที่ออกมาจากหัวคิดของเขาเหมือนเดิม เมื่อก่อนผู้ร่วมงานจะพากัน "วิธีนี้สร้างสรรค์จริงๆ" "เป็นแผนการบลูโอเชี่ยนที่แปลกใหม่มาก" "วิธีของผู้จัดการใหญ่ฉลาดจริงๆ" แต่พอเปลี่ยนเป้น "ข้อเสนอของเพื่อนคนหนึ่ง" ปฏิกิริยาของผู้ร่วมงานก็กลายเป็นว่า "ความคิดหลุดโลก" "วิธีนี้เคยมีคนทำมาแล้ว ซ้ำยังถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นวิธีที่ล้มเหลว" ...
 
 
*** *** ***
 
 
     เพื่อนของผมกระจ่างแจ้งทันที ไม่ใช่ผู้ร่วมงานต้องรอให้สั่ง ไม่ใช่ผู้ร่วมงานไม่มีหัวคิด แต่นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตำแหน่ง "ผู้จัดการใหญ่" (ไม่ใช่ตัวเขา) นั้นฉลาดหลักแหลมจนเกินไปมาโดยตลอด เป็นเหตุให้บริษัทนี้จุดไม่ติด เร่งไม่ขึ้น
 
     ที่แท้อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดที่ขัดขวางการก้าวหน้าของบริษัทนี้ ก็คือตัวผู้บริหารเอง
 
     ความกระจ่างแจ้งนี้ เปลี่ยนแปลงตัวเพื่อนของผม การเปลี่ยนแปลงของเพื่อนผม ทำให้เกิดช่องว่างสำหรับเปลี่ยนแปลงแก่พนักงาน เมื่อการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างถูกผสมรวมกัน บริษัทนี้จึงเริ่มเปลี่ยนไป ไม่เป็นอย่างเดิม
 
 
 
แปลจากบทความใน fan page ของโหวเหวินหย่ง
轉載翻譯自侯文詠的粉絲專頁 或許問題正是因為你太努力了吧?
(กดเข้าไปเทียบกับต้นฉบับเพื่อฝึกทักษะภาษาจีนกันได้ครับ)
 
 

Comment

Comment:

Tweet

วิธีนี้เจ้านายต้องใจกว้างด้วยopen-mounthed smile

#6 By wesong on 2010-11-20 09:09

ดีจังเลยค่ะ

Hot!

พอดีเพื่อนที่เป็นเจ้าของบริษัทคนนึงก็เจอปัญหานี้
และพี่ก็ให้เขาโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้บ้าน
แล้วหนีไปซะ อิอิ

แล้วเป็นไงทุกคนก็ทำงานเป็นนี่นา
สปอยล์ลูกน้องมากเกินก็ต้องเจอปัญหานี้

ขอบคุณน้องเบียร์ ขอบคุณคุณโหว big smile

อ้อ น้องเบียร์ น้องสาวพี่เขียนถึงหนังสือที่น้องเบียร์แปลแน่ะ
เห็นหรือยัง ขึ้นฮอตโพสต์แล้วนะคะ big smile

http://wind1411.exteen.com/20101117/entry

น้องสาวพี่เอง cry
เขาชอบอ่านงานที่น้องเบียร์แปลด้วย double wink

#5 By Mrs. Holmes on 2010-11-20 01:33

คุณหมอโหวคิดอะไรดีดีได้หลายอย่างเลย เวลาอ่านบทความของคุณหมอแล้วจะรู้สึกอารมณ์ดีมากขึ้นตลอดเลยค่ะ

พี่เบียร์งานเข้าเยอะ หนักหน่อยเนอะ
อนาคตแพรก็อยากจะแปลหนังสือเองบ้างเหมือนกันค่ะ cry

#4 By Prae on 2010-11-20 01:17

เห็นด้วย (อย่างแรง)
ที่บริษัืทมีตัวอย่างสดๆร้อนๆเลย

#3 By N@Ni on 2010-11-19 22:51

มันเป็นแบบนั้นจริงๆแฮะ
ล่องหนไปตลอดเวลาก็ดูจะไม่ดีนะ - -
เอาแบบแว่บๆ น่าจะกำลังดี sad smile

#1 By lllmukoilll on 2010-11-19 22:33