เพิ่งจะมีความคิดเขียนบันทึกการแปล "รหัสลับหลังคาโลก" เอาตอนเริ่มลงมือแปลเล่ม 5 แม้จะช้าไปบ้างแต่ไม่น่าจะสายเกินไป

      ผมได้ยินเรื่องงานชิ้นนี้ครั้งแรกจากเพื่อนที่มีนามปากกาว่า "หลินโหม่ว" เขาได้ข้อมูลมาจากสนพ. โดยได้ "เรื่องย่อ" มาขนาดเกือบร้อยหน้าเอสี่ เฉพาะเรื่องย่อนะครับ และคำโม้จากสนพ.ว่า คนเขียนอ่านหนังสือเก็บข้อมูลมาหกเจ็ดร้อยเล่ม กว่าจะแต่งนิยายเรื่องนี้ออกมา ถึงกระนั้น การสนทนาของเราก็จบที่ว่า "ถ้ามีใครเอามาให้แปล อย่ารับเด็ดขาดเชียวนะเบียร์" ซึ่งเป็นคำเตือนที่ปรารถนาดี
 
 
 
      "รหัสลับหลังคาโลก" เข้ามาฝังความจำลงสมองของผมอีกหลายครั้ง จากการเดินทางไปประเทศจีนด้วยธุระหลายอย่าง และการที่มันโชว์หราอยู่บนบอร์ดเบสต์เซลเลอร์แบบไม่ยอมให้ใครมาขอคืนพื้นที่ บวกกับคำโปรยที่สำหรับผมมองแล้วว่ามัน "ขี้โม้" เหลือเกินที่ว่า "นิยายที่ต่างประเทศพากันแย่งซื้อลิขสิทธิ์" ก็ผมทำงานเกี่ยวกับการซื้อ-ขายลิขสิทธิ์อยู่แล้ว ยังไม่ได้ไปแย่งซื้อซะหน่อยนี่นา...

      ครั้งก่อนสุดท้ายที่ผมได้ยินชื่อของ "รหัสลับหลังคาโลก" อีกครั้ง คือสนพ.หนึ่งถามมา นั่นแหละทำให้รู้ว่าสนพ.ในประเทศไทยซื้อลิขสิทธิ์มากั๊กไว้ก่อนแล้ว เมื่อเดินงานมหกรรมหนังสือช่วงปลายปี คุณต่อ บ.ก.สนพ.สยามอินเตอร์บุ๊คส์ก็ถามผมว่า สนใจแปลไหม (อ๋อ... ที่แท้ก็สยามฯ นี่เองที่คว้าไป) โดยคุณบ.ก.ยังหยอดมาว่า "มีแต่คุณเบียร์เท่านั้นแหละ ที่จะแปลได้" (เพราะเขาส่งไปให้นักแปลหลายคน และถูกปฏิเสธกลับมาเกือบหมดนั่นแหละ)

      คำเตือนของเพื่อนผุดเข้ามาในหัวทันทีครับ และแล้วเราก็แบ่งรับแบ่งสู้ เพราะงานล้นมืออยู่ในขณะนั้น บอกว่าคิวของผมขั้นต่ำก็ต้องอีกครึ่งปี กว่าจะเคลียร์หมด ไม่น่าเชื่อว่าคุณต่อจะบอกว่ารอได้...

      ครึ่งปีต่อมา คุณต่อก็โทร.มาถามถึงโปรเจกต์นี้อีกครั้ง ผมคำนึงในหลายๆ ข้อด้วยกันตั้งแต่

      1. การได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ที่ผมเรียกมันว่า "น้ำมิตร"
      2. หนังสือชุดนี้ได้แปลเป็นภาษาเวียตนามแล้ว มันจะยากสักแค่ไหนกันถ้าภาษาเวียตนามแปลได้ แล้วทำไมจะแปลเป็นภาษาไทยไม่ได้
      3. ผมไม่เคยแปลหนังสือชุดสำเร็จมาก่อน เป็นประสบการณ์ที่ต้องท้าทายตัวเองดู
      4. ผมโตมาในแวดวงศาสนาอยู่แล้ว เนื้อหาทางศาสนาที่อยู่ในนิยาย หากหลุดไปที่คนอื่นแปล ผมเชื่อว่าคงแปลได้ไม่ดีเท่าผม

      ในที่สุดผมก็รับปาก... ความจริงก่อนที่ผมจะรับปาก ผมทำการอุ่นเครื่องเตรียมตัวตัวเองพอควรแล้ว ตั้งแต่กว้านซื้อหนังสือที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ทิเบต หนังสือท่องเที่ยวทิเบต รวมทั้งเมื่อไปต่างประเทศ ก็ตามหาพจนานุกรมภาษาจีน-ทิเบต เพราะอุปสรรคสำคัญในการแปลนิยายจีน คือการ "ทับศัพท์ภาษาจีน" ในตัวนิยาย มักถอดเสียงกลับมาเป็นไทยได้ยากเย็น

      การตามหาพจนานุกรุมของผม ล้มเหลวครับ...

      ก่อนจะเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ ผมเข้าไปเจรจากับทางสนพ.ด้วยตัวเอง ผมมีประสบการณ์แย่ๆ กับสนพ.หลายครั้ง ผลงานดีๆ เนื้อหายอดเยี่ยม และเราทำงานอย่างตั้งใจ มักไปชะงักงันจนกลายเป็นงานชุ่ยๆ เพราะบางกระบวนการในกระบวนการพิมพ์ ผมเคยคิดว่าในฐานะนักแปล เราแปลส่งไปก็หมดหน้าที่ กระบวนการอื่นๆ เขาเป็นมืออาชีพ ไม่ต้องห่วงหรอก แต่ความจริงที่เจ็บปวดหลายครั้งบอกกับผมว่ามันไม่จริง! นั่นทำให้ผมต้องเข้าไปคุยกับผู้บริหารสายงานของงานชิ้นนี้อย่างตรงไปตรงมา

      ค่าตอบแทนที่ตีเป็นเม็ดเงินของนิยายชุดนี้ มันไม่คุ้มเหนื่อยแน่นอนกับการใช้เวลา/ความตั้งใจ ที่เท่ากันของผม กับการทำงานชิ้นอื่น ผมไม่อยากให้ความตั้งใจของผมไปพังในกระบวนการใดกระบวนการหนึ่งที่ขาดความใส่ใจ จนกระทั่งได้รับคำมั่นสัญญาว่าทางสนพ.จะดูแลงานนี้ให้สมกับเป็นงานที่ต้นฉบับมียอดขายมากกว่าสามล้านเล่ม

      งานหินๆ ที่จะเอาเวลาในชีวิตของผมไปเต็มๆ ถึง 20 เดือน จึงถูกเคาะด้วยใจที่ยังไม่เต็มร้อยในขณะนั้น ท่ามกลางบรรยากาศมาคุที่พร้อมจะล้มโต๊ะกันได้ทั้งสองฝ่าย

      เช่นกัน เดอะโชว์ มัสต์ โก ออน...

      ในการทำงานเล่มหนึ่ง ผมพามันไปปั่นที่ปักกิ่ง, ที่ไทเป ผลพลอยได้ในการออกไปทำงานต่างประเทศคือการเที่ยว แต่ผมเอาไปใช้กับการปั่นงาน ในหู ในตา ในสมอง มีแต่ทิเบตลอยไปลอยมา มีแต่หมา ลอยไปลอยมา ผมอยู่ในกระบวนการตั้งชื่อเรื่อง คัดเลือกปกด้วย จนกระทั่งเล่มหนึ่งก็คลอดออกมาในงานสัปดาห์หนังสือเดือนตุลาคม 2553 ประมาณกลางๆ งาน

      สนพ.พยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับผม โดยประชาสัมพันธ์ทางช่องทางที่มีอยู่ แม้ผมจะไม่เห็นว่ามันเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านสักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็เห็นความพยายาม และน่าชื่นใจที่ปกทำออกมาไม่ขี้เหร่ แน่นอนความสะเพร่าก็ยังเกิด เมื่อชื่อผู้เชียนในภาษาจีนพิมพ์ผิด และการจัดวางเนื้อความด้านในแน่นเสียจนแทบไม่มีช่องว่างให้คนอ่านหายใจ

      แรกๆ ผมไม่พอใจมาก เพราะการเบียดเสียดตัวหนังสือให้แน่นหน้าเช่นนั้นจะมีสักกี่เหตุผลนอกจากการลดต้นทุน (จำนวนหน้ากระดาษ) แน่นอน ราคาหนังสือมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจ่ายค่าเหนื่อยให้ผู้แปลที่ได้ค่าแรงเป็นเปอร์เซ็นต์อย่างผม แต่เมื่อย้อนนึกไปถึงประโยชน์ของผู้อ่าน ผมก็พยายามข่มใจไม่ให้คิดมาก

      ต่อมาในการทำงานเล่มสอง เราเคยตกลงกันไว้ว่า ผมไม่จำเป็นต้องแปลให้ครบเล่ม สามารถตัดจบในตอนหนึ่งเพื่อนำส่วนที่เหลือไปขึ้นเล่มใหม่โดยแล้วแต่ความเหมาะสม... ที่ตกลงกันเช่นนี้ (เพราะในฉบับไต้หวัน เขาฉีกหนึ่งเล่มจีนออกเป็นสองเล่มไต้หวัน)
 


   
 
เล่ม 1=ตำนานกิเลนม่วง               เล่ม 2=วิหารพาปาลา
 
      แต่เมื่อลงมือทำเล่มสองจริง เนื้อหาราวห้าสิบหน้าสุดท้ายที่ผมตั้งใจจะตัดไปขึ้นที่เล่มสาม (เล่มสอง มีจำนวนหน้ามากกว่าเล่มหนึ่ง 50 หน้า) สนพ.กลับบอกผมว่าทำเช่นนั้นไม่ได้แล้ว เพราะเกรงว่าไปถึงท้ายๆ จะมีปัญหาเรื่องหน้ากระดาษ... นั่นทำให้ผมคำนวณเวลาทำงานผิดพลาด จนต้องมาปั่นงานอย่างหนักในช่วงท้าย แต่ก็นึกในใจว่าเอาเถอะ หน้ากระดาษที่เพิ่มขึ้นก็ต้องหมายถึงค่าเหนื่อยที่เพิ่มขึ้นสินะ แต่ที่ไหนได้ เมื่อเล่มสองวางตลาดก็ต้องช็อก เพราะสนพ.วางขายในราคาเดิม และมีนโยบายจะยืนราคานี้จนจบซีรีส์...
 
 
http://www.bookfriendonline.com/cover/1294912414.jpg
 
 
  
 
เล่ม 3= ป่าอเมซอน                   เล่ม 4=วิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งมายา
 
 
 
      แน่นอน ตัวหนังสือที่เบียดเสียดก็ยังเบียดเสียดเหมือนเดิม

      มาถึงตรงนี้ผมก็เริ่มปลงแล้วครับ เหตุผลหนึ่งก็เพราะกระแสตอบรับที่อบอุ่นจากผู้อ่านที่หลากหลาย กระทู้หลายๆ บอร์ดที่แสดงความเห็นใจผู้แปลกันอย่างเปี่ยมล้น คนอ่านสัมผัสได้ถึงความตั้งใจทำงานของคนแปล ทำให้รู้สึกว่าความทุ่มเทของเราไม่ได้เหนื่อยเปล่า คอลัมนิสต์หลายท่านที่กรุณาเขียนถึงและชมเชย ค่าเหนื่อยที่ได้น้อยไปกว่าที่ควรจะเป็น สามารถทดแทนกันด้วยกำลังใจที่อบอุ่น ในเมื่อปรับเปลี่ยนภายนอกไม่ได้ ก็หันมาปรับเปลี่ยนภายใน เปลี่ยนอะไรสนพ.ไม่ได้ ก็เปลี่ยนวิธีทำงานของตัวเอง

      กระแส "รหัสลับหลังคาโลก" เริ่มชัดขึ้นหลังจากการวางจำหน่ายเล่ม 3 แม้สนพ.จะผิดสัญญากับผมเรื่องการจัดงานเปิดตัวในงานสัปดาห์หนังสือ ผมก็ปลงแล้ว ผมสร้างกลุ่ม "รหัสลับหลังคาโลก" ขึ้นในเฟซบุ๊ค มีคนคอเดียวกันเข้ามาคุยกันสม่ำเสมอ เห็นคนที่รอคอย ติดตามอ่านอย่างใจจดจ่อ (ตอนที่ยังไม่ได้ตั้งกลุ่ม เคยโพสต์อยู่ในแฟนเพจของสยามอินเตอร์ฯ เคยมีผู้อ่านส่งข้อความมาด่าด้วยซ้ำว่าทำไมทำงานช้า... แต่ก็เข้าใจ ถ้าเขาไม่อยากอ่าน จะมาเร่งเราทำไมจริงมะ) รวมถึงการได้พูดคุยกับบ.ก.บ่อยๆ และสัมผัสได้ว่าเขาให้ความสำคัญกับนิยายชุดนี้ไม่แพ้เรา เดิมพันชื่อเสียงฝีมือไว้กับนิยายชุดนี้ไม่แพ้เรา ก็อุ่นใจแล้ว

      ต้องบอกไว้ ณ ที่นี้ว่า หากผมพูดตำหนิการทำงานของ "สนพ." ไม่ได้หมายถึงตัว "บ.ก." และเมื่อผมชมเชยการทำงานของตัว "บ.ก." ไม่ได้หมายความว่าผมชมเชย "สนพ."

      อืม... ตามแต่ใจจะตีความละกันนะ

      ในการทำงานหนังสือชุดนี้ ผู้ที่ผมต้องขอบคุณด้วยการเอ่ยชื่อเป็นกรณีพิเศษคือ หย่งชุน เพื่อนนักแปลที่ช่วยตรวจทาน+ตรวจปรู๊ฟให้ผมทั้งเล่ม 1-2 โดยไม่คิดค่าเหนื่อย และช่วยรับฟังและคล้อยตามแม้กระทั่งช่วยซ้ำเติมอย่างแสบสันต์เวลาผมบ่นการทำงานของสนพ. พี่จ๊ะเอ๋ พี่สาวคลานตามกันมาของผมเอง ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้นิยายชุดนี้ ช่วยตรวจทานเล่ม 3-4 ให้ชนิดอ่านกันจนถึงเช้า (แม้ผมจะรู้ว่าที่จริงเธออยากรีบๆ รู้เนื้อเรื่องก่อนใครก็ตามที) คุณน.นพรัตน์ ที่เป็นแบคอัพให้อย่างเต็มใจ โดยเก็บตกคำศัพท์เฉพาะหลายๆ คำซึ่งสุดวิสัยที่ผมจะหาได้แล้วจริงๆ

      และจะพยายามไม่คิดมากกับบางสื่อมั่วๆ ที่นั่งเทียนเขียนข่าวว่า น.นพรัตน์ = อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี

      สำหรับคุณต่อ บ.ก. ผมคงไม่ต้องขอบคุณหรอกนะ เหมือนกับผมไม่ต้องขอบคุณตัวผมเองนั่นแหละ เพราะงานนี้เราต้องร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันอยู่แล้ว

      ขอบคุณนักอ่านที่เป็นกำลังใจ โดยเฉพาะผู้ที่โพสต์ให้กำลังใจผู้แปลทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกันเลย ตามบอร์ดต่างๆ และโดยเฉพาะยิ่งกว่า ในกลุ่ม "รหัสลับหลังคาโลก" ทั้ง 50 กว่าคนขณะนี้

      รหัสลับฯ ไดอารี่ จะถูกบันทึกไว้เรื่อยๆ ในยามที่ว่างเว้นจากการทำงาน จะเป็นทั้งกระโถนสำหรับระบายอารมณ์ของคนแปลไปเรื่อยๆ ตอนหน้าตั้งใจจะบันทึกรายละเอียดความหินของงานแปลชิ้นนี้ เก็บไว้อ่านขำๆ ในวันหน้า

 
 
 
       
 
เล่ม5 =เขาวงกตแห่งมายา                       เล่ม 6=ประตูนรก
 
 
ขอบคุณภาพประกอบจาก www.books.com.tw

Comment

Comment:

Tweet

Xbox 360 Stay could possibly be the jewel in Microsoft crown which can help differentiate this gaming process from rivals. By hooking up your Xbox 360 360 towards the world-wide-web by using your broadband connection you will be capable to connect with Reside gold or silver, with respect towards the deal youe picked, where by one can then participate in are living on-line with fellow fanatics from within the globe. Xbox 360 Reside may be the sole unified spot exactly where you can have some fun with whomever you need, all at once with in excess of tens of millions of Xbox 360 Dwell buyers worldwide, you can in no way be missing a further participant.

#19 By http://erotica-foto.ru/user/kopetpdnfe/ (193.201.224.68|193.201.224.68) on 2014-10-29 17:24

สู้ๆน่ะครับ แปลได้ดีมากครับ ชอบครับ เป็นกำลังใจให้

#18 By โบ้ (103.7.57.18|58.64.63.168) on 2012-06-03 19:28

TT is the villian.

#17 By pace (27.130.90.207) on 2012-01-12 18:16

ให้กำลังใจค่ะ เนื้อหาเกี่ยวกับศาสนาเป็นอะไรที่แปลยากมากค่ะ แต่คนแปลก็เลือกใช้ถ้อยคำได้เหมาะสม รื่นหู ขอชื่นชมค่ะ

#16 By เจ้าลิงน้อย on 2011-10-26 11:59

เป็นกำลังใจให้ครับ ผมเป็นคนไม่อ่านนวนิยาย เริ่มแรกผ่านร้านหนังสือ และมี pocketbook ออกมาให้อ่าน เพื่อนบอกว่า เรื่องก็แค่หาหมาตัวหนึ่ง ไอ้เราก็ไม่ได้ชอบเลยเหน็บๆ มันไป แค่หาหมา จะอ่านให้เสียเวลาทำไม แต่หลังจากจับอ่าน pocket book ทำให้ตัดสินใจซื้ออ่านเล่ม 1 และปัจจุบัน เสพติดไปเสียแล้ว 555 ชอบแนวนี้จริงๆ ขอให้กำลังใจคุณอนุรักษ์ ด้วยครับ ถึงแม้ว่าจะไม่คุ้มกับค่าแรง แต่กับใจผมนี้ได้เต็มๆครับ

#15 By อาทิตย์ (บอยคุง) (58.8.175.126) on 2011-09-05 13:45

ชอบหนังสือชุดนี้มากๆค่ะ คุณเบียร์เก่งมากเป็นกำลังใจให้ค่ะ (ตั้งตารอเล่ม 6 อย่างใจจดใจจ่อ)

#14 By anny (206.53.148.176) on 2011-08-27 19:39

ขอชื่นชมงานแปลระดับมาสเตอร์พีซ ทำให้ผู้อ่านเคลิ้มคล้อยตามเนื้อหาอย่างไม่น่าเชื่อ รู้สึกราวกับว่าวิหารพาปาลากับกิเลนม่วงมีตัุวตนอยู่จริง ไหนจะต้องคอยลุ้นความรักระหว่างชายหนึ่ง+หญิงสามอีก เรื่องนี้มีสีสันบรรเจิดจริง คนแปลก็แปลได้อย่างสุดยอด อุดหนุนมา 5 เล่มแล้ว หวังว่าเล่ม 6 จะมาเร็วๆนี้ อย่างไรก็เป็นกำลังใจให้ผู้แปลที่รังสรรค์งานคุณภาพมาสู่สายตาผู้อ่าน คุณเยี่ยมมาก แต่ขอตำหนิสำนักพิมพ์ที่พิมพ์ผิดเยอะในเล่มต้นๆ แก้ไขหน่อยก็คงจะดี ขอให้แฟนตรึมนะครับ

#13 By petkla (182.53.139.132) on 2011-08-26 07:56

รอเล่ม 6 อย่คร้า สนุกมากมายเลย

#12 By c (103.1.165.200) on 2011-08-17 20:15

แปลซะมองเห็นภาพชัดเจนอ่านแล้วเหมือนอยู่ในเหตุการณ์เลย ชอบมากconfused smile

#11 By k.tiwa (27.130.123.136) on 2011-08-01 19:40

เพิ่งเริ่มอ่านเล่ม 1 ค่ะ ชอบมั่กมากก
จะติดตามทุกเล่มเลย เป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยค่ะ สู้ๆ
ปล. ถ้าเป็นไปได้มีรูปภาพประกอบบ้างก็จะดีมากเลยค่ะ

#10 By nunan_sung (202.44.7.80) on 2011-07-26 15:47

สนุกมากครับกำลังรอเล่ม5อยู่นะครับ

#9 By สุเมธ เลิศพิชัย (183.89.185.103) on 2011-07-24 13:08

หนังสือดีๆแบบนี้คุ้มค่าทั้งการอ่าน และการเก็บรักษา ชื่นชมทั้งคุณ เหอหม่าผู้เขียน และคุณอนุรักษ์ผู้แปลค่ะ ขอบคุณที่ทำให้มีโอกาสได้อ่านงานชิ้นเยี่ยมนะคะ รอติดตาม เล่ม 5 อยู่ค่ะและจะติดตามต่อไป

#8 By Sirinapa W. (116.58.231.242) on 2011-07-23 13:41

อ่านแล้วเห็นใจผู้แปลมากเพราะขนาดภาษาไทยก็เป็นคำที่ยากมากทำเห็นว่าผู้แปลทำการบ้านมาเป็นอย่างดี มีการค้นคว้ามาก และระยะเวลาในการตีพิมพ์ก็ห่างกันไม่นานจนลืมเนื้อหาเดิมที่อ่านก่อนหน้า ก็คาดเดาว่าผู้แปลคงแปลทั้งวันทั้งคืน ขอบคุณสำหรับผู้แปลที่ทำงานอย่างหนัก และเป็นกำลังใจให้ค่ะ

#7 By ผู้เริ่มเป็นแฟนรหัสลับฯ (116.68.151.66) on 2011-07-22 10:59

ชอบมากๆๆเลยค่ะเรื่องนี้
คนอ่านใช้เวลาอ่านอย่างมากก็ประมาณ1อาทิตย์(ตามประสาคนอ่านก่อนนอนหรือถ้าว่างจากงานที่สุมหัว)แต่คนแปลใช้เวลามากกว่านั้น....อืม น่าเห็นใจจังนะค่ะ แต่ยังไงก็สู้ๆต่อไปนะค่ะ แม้ช้าหน่อยแต่สำนวนยังตึงใจขนาดนี้ก็จะยอมรอค่ะ

#5 By sherbet (49.48.30.101) on 2011-06-25 20:41

แปลได้ดีมากครับ
ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีรูปประกอบ
บางทีนึกภาพไม่ออกเพราะงานก่อสร้างแต่ละชิ้นอลังการ์มาก
เป็นกำลังใจให้ครับ
ทำดีต้องได้ดีครับ
ถึงจะไม่ได้วันนี้วันหน้าก็ต้องได้รับครับ

#4 By นพพร (223.206.2.6) on 2011-06-20 14:59

เก่งมากๆนะคร้าบ

#3 By Jaaeynet (223.24.91.105) on 2011-05-18 20:56

ทั้งที่เคยวิ่งเล่นในแวดวงหนังสือบ้าง
พออ่านจบแล้วก็ยังรู้สึกเหน็ดเหนื่อย
ไปด้วยอยู่ดี

น้องเบียร์บรรยายได้ละเอียดจริง ๆ sad smile

งานหนังสือรอบหลัง ๆ
พี่ซื้อหนังสือน้อยลงมากค่ะ

แต่ก็จะพยายามติดตามให้กำลังใจ
งานแปลของน้องนะคะ double wink

#2 By Mrs. Holmes on 2011-05-18 17:12

เหนื่อยน่าดู ยิ่งทำงานกับ สนพ ที่แบบ... คงอึดอัดน่าดู

#1 By berserkrabbit on 2011-05-18 16:40