หนังสือพาไป

posted on 06 Jun 2011 16:34 by be-beer in mybooks, Myday, tibetcode
      ผมอยู่ในแวดวงหนังสือมา หากนับตั้งแต่ผลงานชิ้นแรกวางตลาด ก็เข้าสู่ปีที่เจ็ดได้แล้วกระมัง ผมไม่รู้ว่าสำหรับคนอื่นๆ หนังสือมีบทบาทอะไรบ้างกับชีวิต แต่สำหรับผม หนึ่งในบทบาทของหนังสือคือ "ผู้พาไป"

      ผมสังเกตเห็นบทบาทนี้ชัดเจนก็เมื่อปีที่แล้วนี่เอง มันเป็นการสั่งสมของค่า exp ที่พอเต็มแล้ว lvl up ก็พลันมี item อัตโนมัติแถมมาให้ ถ้าฟังแล้วยังงงๆ ผมจะถอดรูทให้ดู...
 
 
*** *** ***
 
      ปีที่แล้วภาพยนตร์สารคดีของวานวานเรื่อง "พาความฝันไปเดินทาง" เข้าโรงฉาย ภาพยนตร์สารคดีชุดนี้มีหลายฉากถ่ายทำในเมืองไทย ทีมงานมาเก็บภาพแจกลายเซ็นของวานวานในงานหนังสือเมื่อปีก่อน ผมในฐานะผู้แปลหนังสือ ก็ทำหน้าที่ทั้งล่ามและพิธีกรบนเวทีไปโดยปริยาย และการที่ผมเป็นผู้แปลหนังสือ ทำให้ขณะถ่ายทำ ทีมงานเจอ "เสียงในฟิล์ม" ที่เป็นภาษาไทย ก็ติดต่อมาขอให้ผมช่วยแปลคำพูดเหล่านั้นเป็นภาษาจีนให้หน่อย เพื่อเขาจะนำไปใส่เป็นซับไตเติล
 
 
 
      ผมก็ทำให้

      ทีมงานดังกล่าวอยู่ในแวดวงภาพยนตร์ มีเพื่อนที่ทำแม็กกาซีนเกี่ยวกับภาพยนตร์ พวกเขาอยากได้คอลัมนิสต์ในประเทศไทย ช่วยเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับ "โรงภาพยนตร์ไทย"ส่งให้หน่อย ทีมงานก็ให้วิธีติดต่อตัวผมไป

      ผมก็เขียนให้

      ทีมงานแม็กกาซีนดังกล่าว รู้จักกับออเกอร์ไนเซอร์กลุ่มหนึ่ง ที่รับงาน "เทศกาลหนังเมืองเกาสยง" ซึ่งได้ติดต่อขอเอาภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องเข้าไปฉาย และติดต่อผู้กำกับของ GTH ไปบรรยายและแจกลายเซ็นด้วย ทีมงานต้องทำสิ่งพิมพ์สำหรับประชาสัมพันธ์งานทั้งหมดสองฉบับ อยากได้คนเขียนบทสัมภาษณ์พี่ต้น นิธิวัฒน์ ธราธร ผู้กำกับของ GTH ไปลงสื่อ ผมจึงถูกแนะนำไป และทางนั้นก็ไหว้วานมา จนได้นัดหมายเข้าไปขอสัมภาษณ์และเขียนคอลัมน์ให้สองคอลัมน์
 
      ผมก็ได้ทำ
 
 
      และเมื่อถึงวันงานเทศกาลหนัง พวกเขาก็ขอจ้างผมไปเป็นล่ามให้กับพี่ต้น และทีมนักแสดงเรื่อง "เฉือน" ของไฟว์สตาร์

 
 
 
      เป็นอันจบไปหนึ่งทริปที่ประทับใจ สำหรับ "หนังสือพาไป" เริ่มจากที่ผมเป็นผู้แปลหนังสือชุดวานวานเท่านั้นเอง
 
      ไม่รู้สิ สำหรับทางเดินเส้นนี้ มันอาจยังไม่จบแค่นี้ วันดีคืนดีพี่ต้นเกิดอยากสร้างหนังที่ต้องใช้ภาษาจีน อาจจะนึกถึงผมขึ้นมา ทำให้ทางเดินเส้นนี้ถูกต่อขยายไปจนถึงไหนก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือ มันต้องสนุกแน่ๆ
 
 
 
*** *** ***
 
 
      หนังสือพาไปอีกหนึ่งทริปที่ผมประทับใจอย่างยิ่ง คือทริปที่ได้เดินทางร่วมทีมของคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ ในฐานะล่ามการบรรยาย ในนามแขกรับเชิญของสถานกงสุลใหญ่ประเทศไทยประจำนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อเสวนาเกี่ยวกับวรรณกรรมไทยในห้องสมุดเซี่ยงไฮ้สามแห่งด้วยกัน
 
 
      คุณหญิงวิมลฯ หรือที่พวกผมเรียกว่าป้าอี๊ด เด็กๆ รุ่นใหม่อาจไม่รู้จัก แต่หากคุณเคยอ่านนิยายหรือดูละครมาบ้าง ไม่น่าจะถึงกับไม่เคยได้ยินนามปากกาใด นามปากกาหนึ่งดังต่อไปนี้ของคุณป้า : ทมยันตี, ลักษณวดี, โรสลาเรน, กนรกเรขา ผู้เขียนนิยายมากว่าหกสิบปี มีผลงานถึง 108 เล่ม...
 
      ประวัติของคุณป้า ผมไม่จำเป็นต้องเอามาสรรเสริญอะไรตรงนี้ แต่จากการร่วมเดินทางทั้งสิ้นห้าวัน คนที่ว่า "ติสต์ๆ" อย่างผม ยังอดใจเคารพนับถือท่านไม่ได้เลยทีเดียว สมกับคำว่า "รุ่นใหญ่" และ "มืออาชีพ" อายุที่เพิ่มขึ้นมีแต่จะยิ่งเพิ่มความน่ารักน่าเคารพ อยู่ใกล้ๆ แล้วอบอุ่นจริงๆ
 
      ผมอยากจะเขียนถึงการเดินทางทริปนี้โดยเฉพาะอีกครั้ง เพราะมีความประทับใจที่อยากบันทึกเอาไว้มากมายเหลือเกิน
 
 
 
 
      จริงสิ หนังสือเล่มที่พาผมไปทริปนี้คือ "เลือดขัตติยา" และ "ค่าของคน"
 
 
 
 
*** *** ***
 
 
      หนังสือพาไปทริปล่าสุดคือ "รหัสลับหลังคาโลก" ครับ นิยายชุดนี้มีด้วยกัน 10 เล่มจบ ผมกำลังแปลเล่มที่ 5 เป็นนิยายที่มีความเกี่ยวข้องพุทธศาสนาสายวัชรยาน (ทิเบต) และประวัติศาสตร์ทิเบต ไปจนถึงภูมิประเทศของทิเบต แหล่งข้อมูลทั้งหมดนี้ที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่หาได้ในประเทศไทย เห็นจะเป็นที่นี่... มูลนิธิพันดารา
 
 
 
      แม้นิยายจะวางแผงไปถึง 4 เล่มแล้วผมค่อยมาพบมูลนิธิแห่งนี้ แต่ก็ยังไม่สายหากจะรีบเข้าไปขอความรู้ เมื่อทราบกิจกรรมที่ทางมูลนิธิจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมจึงสมัครเข้าไปร่วมภาวนาด้วยโดยทันที
 
 
      ผมรู้ตัวว่า ผมยังไม่คิดจะหันไปนับถือปฏิบัติพุทธศาสนาสายนี้ในตอนนี้หรอก แต่ผมสังหรณ์ใจว่า จากการเชื่อมต่อคราวนี้ หนังสือชุดนี้ต้องพาผมลัดฟ้าไปถึงหลังคาโลกเข้าสักวันแน่ๆ...
 
 
ผับผ่าสิ
 
 
 
ขอบคุณภาพจาก FB มูลนิธิพันดารา
 
 
*** *** ***
 
 
      เมื่อเร็วๆ นี้ผมเพิ่งได้งานแปลมาสองชิ้น เป็นงานแปลเอกสารทางธุรกิจ เนื่องจากเป็นงานด่วน ผมได้ค่าแปลราวๆ หกพันในเวลาสองวัน ซ้ำยังจ่ายเงินก่อนส่งงาน แต่ผมมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นว่า ไอ้งานแปลที่ได้เงินง่ายเหลือเกินนั้น มันไม่พาผมไปเทศกาลหนัง ไม่พาผมไปพบกับคนดีๆ คนเก่งๆ คนที่น่ายกย่องเหล่านี้ หรือแม้กระทั่งโอกาสอีกนับไม่ถ้วนในอนาคต
 
      แปลหนังสือ เขียนหนังสือ เป็นงานที่ได้เงินช้า ได้เงินยาก แต่มันคือการลงทุน มันแลกกับความสุข ทั้งแก่ตนเอง และผู้คนรอบข้างโดยแท้จริง
 
      ทำในสิ่งที่รัก คือการสะสม exp เชื่อผมเถอะ พอ lvl up ปุ๊บ สิ่งดีๆ มากมายก็จะตามมา
 
 

Comment

Comment:

Tweet

น้องเบียร์ใช้ชีวิตคุ้มค่า cry

หนังสือที่พี่ทำมีแต่พาเที่ยวไทยค่ะ อิอิ
ล่าสุดนี่ หนักเข้าไปอีก วนอยู่กรุงนี่แหละ

question

#9 By Mrs. Holmes on 2011-06-07 23:06

เข้ามาชื่นชมค่ะ open-mounthed smile

#8 By gowentgone on 2011-06-07 18:00

เวลามองย้อนไปหลายๆ อย่างไม่คิดว่าจะได้เจอจะได้ทำ
แต่ก็ได้เจอได้ทำ เป็นความรู้สึกที่ประทับใจจริงๆconfused smile

#7 By wesong on 2011-06-07 11:12

คุณทมยันตีเขียนหนังสือเก่งมากครับ
ขยันและรักงานตัวเองสุดๆ

การทำงาน(เดินทาง)หลายๆ ชิ้นในบล็อกนี้
เยี่ยมไปเลยครับ

อัพเลเวล ได้ท่าไม้ตายลับมาเมื่อไหร่ รอชมครับ หุหุ
big smile
อ่านแล้วตื่นเต้น >"< ทริปเทศกาลหนังอยากมีส่วนร่วมมากมาย แต่ต้องจำนนกับสถานภาพความเป็นจริง(ยังอยากได้เงินเดือนประจำ @@") เลยอด แม้แต่ทริปสัมภาษณ์ที่ได้มีส่วนร่วมแค่ฉิวเฉียด แหะๆ

บางครั้งถ้ายังพอประทังปากท้อง
ค่า exp มันก็เติมเต็มพื้นที่ในหัวใจได้อย่างไม่มีวันหิว
และมีค่ามากๆๆๆ Hot!

#5 By N@Ni on 2011-06-07 02:12

อู้ว้าว หนังสือพาไปจริงๆด้วย

ปล. โรสลาเรน ใช่เลยค่ะ ชอบมาก ฮ่า

#4 By ป้าแอ๊นจ้า on 2011-06-07 00:07

ที่ได้เดินทางอย่างนี้เพราะความสามารถล้วนๆครับ โชคชะตาอาจจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่หากมีโชค แต่ไม่มีความสามารถ มันก็ไปได้ไม่ไกลขนาดนี้หรอกครับ

น่าชื่นชมจริงๆHot!

#3 By Clepsydra:: on 2011-06-06 23:08

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
และเรื่องราวก็จะดำเนินต่อไป อย่างไม่มีสิ้นสุด
เพราะพี่จะมีงานแปลอีกอย่างต่อเนื่องงงงง ใช่ม้า

แล้วหนังสือเล่มไหน จะพาพี่ไปไหนอีกเน้อออ

ติดตามกันต่อปายย^^

*ตอบคอมเม้น
สายศิลปิน จริงๆก็สอนได้แหละค่ะ แต่มันไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู ถ้าจะเอาใบนี้ ต้องไปเรียนต่อเพิ่มอีก2ปี เรียนสายครูไปเลยดีกว่า

#2 By Ko-i.Kay on 2011-06-06 23:05

เคยแต่หนังสือพามาอ่ะครับ ^^ Hot!

#1 By นินามism on 2011-06-06 22:28