ความจริงผมปิดเล่ม 8 ไปนานแล้ว ปิดอย่างไม่เป็นทางการ (ก็คือแปลเนื้อหาหลักจนจบ แต่ยังไม่ได้ผ่านการอ่านซ้ำและเก็บศัพท์ที่ตกหล่น) ตั้งแต่ก่อนสิ้นปี จากนั้นใช้เวลาอีกราว 5 วัน ในการเก็บศัพท์ อ่านทวนสำนวน ตรวจคำผิด ก่อนจะส่งงานให้บรรณาธิการ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการเบื้องต้น
 
       มีการนัดพบกับบรรณาธิการ เพื่อเก็บตกและตอบข้อซักถามของบรรณาธิการอีกรอบ ก่อนจะจบกระบวนการส่วนของผม เหลือแต่เพียงหน้าที่ของสำนักพิมพ์อย่างเดียว ซึ่งสำหรับเล่ม 8 ผมปิดงานก่อนเดดไลน์เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ (ทั้งๆ ที่ต้นฉบับเพิ่มจากเล่มก่อนถึง 30 หน้า)
 
       ปัจจัยที่ทำให้การทำงานในเล่ม 8 ใช้เวลาเร็วขึ้น ประการหนึ่งคือ ผมไม่มีงานนอกเหมือนเล่มอื่นๆ ไม่ต้องไปต่างประเทศ ไม่ต้องดูแลลูกค้า ไม่ได้แปลเล่มอื่นแทรก (ความจริงก็มีเก็บงานเล่ม วานวาน 9 อยู่สองสามวัน) อีกประการหนึ่งคือ เนื้อหายากๆ ในเรื่องมีน้อยลง ไม่มีศัพท์หินให้ต้องค้นจนต้องใช้หกเจ็ดชั่วโมงต่อหนึ่งย่อหน้า ไม่มีประวัติศาสตร์ที่ต้องหาอ้างอิงเปรียบเทียบ เพราะในเรื่องมีแต่ลุย ลุย ลุย
 
      ซึ่งนั่นทำให้ผมได้มีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้นนิดหน่อย เดือนธันวาคม-มกราคม ผมสามารถวิ่งออกกำลังได้อย่างที่ตั้งใจ
 
 
       ว่าแต่ หลายคนบอกว่าเล่ม 7 ตัดจบแบบปวดใจมาก เพราะตัวอะไรแว้ ที่ล้อมพวกพระเอกอยู่ ต้องรออีกสองเดือนกว่าจะรู้... ผมจะมาบอกว่า เล่ม 8 ตัดจบได้ปวดใจยิ่งกว่าอย่างแน่นอน ผมโชคดีมีเล่ม 9 อยู่ในมือ หามาเปิดตะลุยอ่านจนตีสี่กว่าจะหนำใจ... ไม่เชิงหนำใจ แต่วันรุ่งขึ้นต้องออกจากบ้านหกโมงเช้า ทำให้ต้องตัดใจจบ
 
       จะเป็นอย่างที่ผมโม้หรือเปล่า ก็คอยดูกัน
 
       เนื้อหาส่วนหนึ่งที่ผมต้องเบรกเอาไว้เก็บตอนท้ายสุด เป็นฉากบรรยายเกี่ยวกับรูปปั้นหินตอนหนึ่งราวๆ กลางเล่ม 8 ผมได้ใช้ตัวช่วยจากหนังสือเล่มนี้
 
 
ทิเบต : Horizon เขียนโดย จักรชัย บุตรศรีคุ้ม
 
 
      ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่ม "รหัสลับหลังคาโลก" ซึ่งเป็นผู้อ่านท่านหนึ่งของผม ช่วงหนังสือเล่มนี้วางแผง (ราวๆ รหัสลับฯ เล่ม 5) ผมก็ซื้อมาเก็บไว้เพราะเชื่อว่าเดี๋ยวผมก็ต้องได้ใช้เช่นกัน และก็ได้ใช้จริงๆ เพราะท้ายเล่มได้รวบรวมมวลความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาสายทิเบตเอาไว้แน่น พอตัวเลยทีเดียว
 
      ขออนุญาตขอบคุณคุณ Lek Gear มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
 
(ภาพที่ผมใช้เป็นต้นแบบในการแปลคำบรรยายในย่อหน้าหนึ่งของเล่ม 8
ซึ่งอยู่ท้ายหนังสือเล่มนี้)
 
 
      เมื่อครู่เปิดบล็อกหน้านี้ด้วยคำว่า "ความจริงผมปิดเล่ม 8 ไปตั้งนานแล้ว" ก็เพราะปกติเมื่อปิดเล่มปุ๊บผมจะได้วันว่างราวสิบวันได้ตกตะกอนความคิด และเขียนบล็อกปิดเล่มในช่วงนั้น แต่เล่ม 8 ปิดไปตั้งนานแล้วผมกลับยังไม่ได้เขียนสักที เพราะว่า... ผมยังไม่ได้วันว่างให้ความคิดได้ตกตะกอนเลยครับ เนื่องจากผมเลือกเปิดเล่ม 9 ต่อเลยในไม่กี่วันถัดมา
 
      สิ้นเดือนนี้ผมต้องเดินทางไปต่างประเทศสองอาทิตย์ เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในงาน Taipei International Bookfair รวมทั้งเขียนงานบางอย่างระหว่างอยู่ที่นั่น เวลาในการทำงานของเล่ม 9 จะหายไปมาก ทำให้รอยต่อระหว่างเล่ม 8-9 จึงอยู่เฉยไม่ได้เลย ซึ่งความคืบหน้าในการแปลเล่ม 9 ขณะนี้ก็จบไปแล้ว 2 บท (จาก 8) ผมตั้งใจจะแปลให้ได้ 3 บท (ราว 120 หน้า) ก่อนออกเดินทาง แล้วกลางเดือนหน้าจึงเริ่มจับต่อ
 
       ที่ต้องแจ้งให้ทราบอีกเรื่องก็คือ หากติดตามกันมาคงจะสังเกตเห็นว่า นับจากเล่ม 1 เป็นต้นมา จำนวนหน้าของรหัสลับหลังคาโลกเราก็หนาขึ้นๆ ทุกที จนล่าสุดคงทะลุสี่ร้อยหน้าแล้วกระมัง อย่าว่าแต่สนพ.อั้นไม่ไหวแล้วเลยครับ ผมในฐานะคนแปลที่ได้ค่าเหนื่อยตามราคาปกหนังสือก็อั้นไม่อยู่แล้วเหมือนกัน ในเล่ม 9-10 (ที่จะหนาขึ้นไปอีก) คงมีการปรับราคาขึ้น เพื่อความอยู่รอดของทุกฝ่ายและตัวผมเอง ต้องขออภัยในความไม่สะดวกไว้ล่วงหน้าด้วยนะครับ
 
      ยังคงขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ นักอ่านทั้งใน แฟนเพจ และ กลุ่ม นะครับ ไม่ว่าจะเป็นคำติหรือคำชม มันเป็นกำลังใจสำหรับคนทำงานทั้งนั้น เพราะมันหมายถึงการมีใจให้กัน
 
      สุดท้ายนี้ ก็ขอพูดเหมือนกับที่เคยพูดไว้ในกลุ่มรหัสลับฯ เมื่อตอนปิดเล่ม 6...
 
 
คิดว่าเล่ม 7 สนุกแล้วหรือ อ่านเล่ม 8 ซะก่อน
 
 
 
รหัสลับหลังคาโลก ล.8
เจอกันไม่เกินสิ้นเดือนครับ
 
ป.ล.
 
      บ.ก.ไม่ค่อยกล้าประกาศวันวางที่แน่นอน กลัวหากผิดพลาดแล้วจะโดนถล่มเหมือนคราวก่อน แฮ่ๆ
      ส่วนเจ้าตัวบนปกเป็นใคร อดใจเฉลยพร้อมๆ กันในวันเปิดอ่านนะครับ
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

หวังว่าจะได้อ่านเล่ม10ต้นเดือนเมษา ช่วงนั่งเรือไปเที่ยวนะครับ



















#2 By มด มด (223.206.184.3) on 2012-01-19 15:55

น่าสนใจมากๆ ครับ เชียร์ๆๆ

#1 By 1988 (110.171.14.41) on 2012-01-19 14:03