ในเดือนตุลาคม 1945 เด็กผู้ชายคนหนึ่งเกิดในครอบครัวชาวนาในรัฐเปร์นัมบูกู ประเทศบราซิล
เนื่องจากครอบครัวยากจน ตั้งแต่สี่ขวบ เขาต้องออกไปขายถั่วตามถนน แต่ก็ยังต้องอดๆ อยากๆ กินไม่อิ่มท้อง
 
       หลังจากเข้าโรงเรียนประถม เขากับเพื่อนสองคนใช้เวลาว่างจากการเรียน ไปรับจ้างขัดรองเท้าข้างถนน
ถ้าไม่มีลูกค้า ก็ต้องอดข้าว
 
       เย็นของวันที่ 12 เจ้าของร้านย้อมผ้าคนหนึ่งมาขัดรองเท้า เด็กทั้งสามคนวิ่งเข้าไปล้อม
 
       เจ้าของร้านมองดูสายตาวิงวอนของเด็กๆ ทั้งสาม รู้สึกลำบากใจ สุดท้าย เขาหยิบเหรียญออกมาสองเหรียญ พูดว่า "ใครขาดแคลนเงินที่สุด รองเท้าของฉันก็จะให้เขาเป็นคนขัด และจ่ายเงินให้เขาสองเหรียญ"
 
       สมัยนั้นค่าจ้างขัดรองเท้าหนังคู่หนึ่งอย่างมากก็แค่ 20 เซนต์ ค่าแรงมากถึงสิบเท่านี้ นับเป็นคุ้กกี้หล่นมาจากสวรรค์
 
       ดวงตาสามคู่เป็นประกายวาววับ
 
       "ผมไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า ถ้ายังไม่มีเงินซื้อของกิน ผมอาจจะอดตาย" เพื่อนคนหนึ่งพูด
 
       "ที่บ้านของผมไม่มีอาหารสามวันแล้ว คุณแม่ก็ป่วย ผมต้องซื้อของกินกลับไปให้ที่บ้าน ไม่อย่างนั้นจะโดนตี..." เพื่อนอีกคนหนึ่งพูด
 
       เด็กผู้ชายมองดูเหรียญเงินสองเหรียญในมือของเจ้าของร้าน นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า
 
       "ถ้าผมเป็นคนได้เงินสองเหรียญนี้ ผมจะแบ่งให้พวกเขาคนละเหรียญ!"
 
       คำพูดของเด็กผู้ชาย ทำให้ทั้งเจ้าของร้านย้อมผ้าและเพื่อนอีกสองคนประหลาดใจ
 
       เด็กผู้ชายพูดว่า "พวกเขาเป็นเพื่อนรักของผมทั้งคู่ และหิวข้าวมาหนึ่งวันแล้ว อย่างน้อยตอนเที่ยงผมยังได้กินถั่วลิสงไปนิดหน่อย จึงมีแรงขัดรองเท้า ให้ผมเป็นคนขัดเถอะครับ รับรองว่าผมจะทำให้คุณพอใจ"
 
       เจ้าของร้านซาบซึ้งน้ำใจของเด็กผู้ชาย เมื่อเด็กผู้ชายขัดรองเท้าเสร็จ เขาก็ให้เงินกับเด็กผู้ชายสองเหรียญจริงๆ และเด็กผู้ชายก็ไม่ผิดคำพูด แบ่งเงินให้เพื่อนสองคนทันที
 
       หลายวันต่อมา เจ้าของร้านมาหาตัวเด็กผู้ชาย ให้เด็กผู้ชายไปฝึกงานในร้านย้อมผ้าของเขาทุกวันหลังเลิกเรียน พร้อมกับเลี้ยงอาหารมื้อเย็น
 
       ถึงแม้ค่าแรงของเด็กฝึกงานต่ำมาก แต่ดีกว่าขัดรองเท้าเยอะ
 
       เด็กผู้ชายรู้ว่า เป็นเพราะตนเองยื่นมือช่วยเหลือคนที่ลำบากกว่าตน จึงทำให้มีโอกาสเปลี่ยนแปลงโชคชะตา
นับแต่นั้น ขอให้เขามีกำลัง เขาจะไปช่วยเหลือคนที่มีชีวิตลำบากกว่าเขาทุกครั้ง
 
 
       ต่อมาเขาเลิกเรียนหนังสือ สมัครไปเป็นคนงานในโรงงาน
 
       เพื่อเรียกร้องสิทธิประโยชน์ของคนงาน เขาเข้าร่วมสหภาพแรงงานเมื่ออายุยี่สิบเอ็ด
       ก่อตั้งพรรคแรงงานเมื่ออายุสี่สิบห้า
 
       ปี 2002 เขาเสนอนโยบาย "ทำให้คนทุกคนในประเทศนี้ มีอาหารกินครบสามมื้อ" ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ได้รับการสนับสนุนจากผู้ลงคะแนน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี
 
       ปี 2006 เขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธาธิบดีเป็นสมัยที่สอง ดำรงตำแหน่ง 4 ปี
 
       ตลอดระยะเวลาแปดปี เขาทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ ทำให้เด็กๆ 93% กับผู้ใหญ่ 83% ของประเทศนี้ มีอาหารกินครบสามมื้อทุกวัน
 
       เขาเป็นคนพาประเทศบราซิล เปลี่ยนจาก "ไดโนเสาร์กินหญ้า" เป็น "สิงโตทวีปอเมริกา" ก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นชาติที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสิบของโลก
 
       ถูกต้อง เขาก็คืออดีตประธานาธิบดีแห่งประเทศบราซิลดำรงตำแหน่งจนครบวาระในปี 2010
 
       ลูลา ดา ซิลวา (Lula da Silva)
 
 
ภาพประกอบ จากวิกิพีเดีย
 
แปลจากฟอร์เวิร์ดเมลของเพื่อนชาวไต้หวัน
โดย อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี
 
本文譯自轉發郵件: 兩個硬幣的分配
 

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ววว นับถือ น่าเอาเป็นตัวอย่างจิงๆ big smile Hot!

#4 By drpetong on 2012-02-24 22:24

Hot!

#3 By iamdozenist on 2012-02-24 11:16

เจ๋งมากอะbig smile
Hot! Hot! Hot!
สุดยอดเลยค่ะ cry คงจะเป็นคนที่ชาวบราซิลจดจำไปอีกนานเลย big smile

#1 By Prae on 2012-02-24 00:40