วันสารทจีน

posted on 31 Aug 2012 09:44 by be-beer in chinese directory Asian, Knowledge
วันสารทจีน
 
       วันสารทจีนตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ หรือปฏิทินจีน ถือเป็นหนึ่งในสาม "เทศกาลตามขนบ" (传统节日) ที่รำลึกถึงบรรพบุรุษ (เทศกาลแรกคือเช็งเม้งช่วงต้นปี เทศกาลสามคือฉงหยาง ตรงกับวันที่ 9 เดือน 9) ซึ่งเกิดขึ้นตามความเชื่อมาตั้งแต่ก่อนสมัยราชวงศ์ซ่ง แต่ภายหลังยุคปฏิวัติวัฒนธรรมของรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีน เทศกาลนี้ถูกมองว่าส่งเสริมให้คนงมงายจึงถูกยกเลิก ต่อมาประเทศจีนเปิดประเทศ เทศกาลตามขนบหลายเทศกาลได้รับการฟื้นฟู ยกเว้นเทศกาล "สารทจีน" ที่ไม่ได้รับความสำคัญกลับมาเช่นดังเก่า
 
      แต่ในแถบประเทศที่มีชาวจีนอื่นๆ เทศกาลสารทจีนยังมีความสำคัญยิ่งสืบมา เช่นไต้หวัน มาเลเซีย สิงกโปร์ ฮ่องกงและประเทศไทย
 
      ประวัติของวันสารทจีน เกิดขึ้นตามความเชื่อของสองลัทธิศาสนา หนึ่งคือความเชื่อทางลัทธิเต๋า สองคือความเชื่อทางพุทธศาสนาสายมหายาน
 
 
ชื่อของวันสารทจีนหรือ จงหยวนเจี๋ย---中元节
ในความเชื่อของลัทธิเต๋า
 
      กล่าวคือวันที่ 15 เดือน 7 ตรงกับวันคล้ายวันประสูติของหนึ่งในเทพเจ้าองค์สำคัญในลัทธิเต๋าได้แก่ "ตีกวน---地官大帝" หรือเทพเจ้าประจำ "ดิน" (วันที่ 15 เดือน 1 เทียนกวน---天官大帝 เทพเจ้าประจำฟ้า วันที่ 15 เดือน 7 ตี้กวน---地官大帝 เทพเจ้าประจำดิน วันที่ 15 เดือน 10 สุ่ยกวน---水官大帝 เทพเจ้าประจำน้ำ) เทพเจ้าทั้งสามชาวจีนเรียกรวมกันว่า "ซันหยวน---三元" ดังนั้นองค์กลาง (องค์ดิน) จึงมีนามว่า จงหยวน 中元 (แปลว่า หยวนกลาง) วันคล้ายวันประสูติของเทพเจ้าหยวนองค์กลาง วันที่ 15 เดือน 7 จึงมีชื่อว่าวันจงหยวนเจี๋ย 中元节
 
สามเทพเจ้า ซันกวนต้าตี้ 三官大帝
 
      ในคัมภีร์ของลัทธิเต๋ากล่าวว่า "ในวันจงหยวน เทพเจ้าตี้กวนเสด็จลงมา พิพากษาบุญบาปของมนุษย์โลก ยามค่ำนักพรตจะสวดมนต์อธิษฐาน ผู้มีโทษผู้หิวโหยจะได้รับผลบุญให้หลุดพัน"
      修行记说:“七月中元日 ,地官降下,定人间善恶,道士於是夜诵经,饿节囚徒亦得解脱。”
 
      จึงเป็นที่มาของชื่อ "จงหยวนเจี๋ย"
 
 
วันสารทจีนกับความเชื่อเกี่ยวกับการไหว้ผี
 
      ตามความเชื่อของชาวจีน วันที่ 1 เดือน 7 (จีน) พญายมจะสั่งเปิดประตูนรก ให้บรรดาผีที่มีโทษเบา ได้รับการผ่อนผัน ออกมาขอส่วนบุญ หรือท่องเที่ยวในโลกมนุษย์ และจะสั่งปิดประตูนรกในวันสุดท้ายของเดือน 7 นอกจากนี้ ในวันที่ 15 เดือน 7 จะปล่อย "ผีไร้ญาติ ผีที่มีโทษหนัก" ให้ออกมาขอส่วนบุญได้หนึ่งวัน ดังนั้นสำหรับชาวจีน เดือน 7 จึงยังเรียกว่าเดือนผี ไม่นิยมจัดงานมงคลในช่วงนี้ และมีการเซ่นไหว้ผีไร้ญาติ ในวันที่ 15 เดือน 7 เป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมา
 
 
วันสารทจีนกับความเชื่อทางพุทธศาสนาสายมหายาน
 
      ที่มาเกี่ยวกับวันสารทจีนในความเชื่อทางพุทธศาสนามหายาน มาจากเทศกาลที่มีชื่อว่า 盂蘭盆 อวี๋ หลาน เผิน ซึ่งเล่าว่าสืบทอดมาจากประเทศอินเดีย มีชื่อว่า Ullambana Festival

      ตำนานเล่าว่า ในสมัยพุทธกาล พระมหาโมคคัลลานะเถระ พระภิกษุอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า เป็นพระอสีติมหาสาวกผู้เป็นเอตทัคคะในด้านผู้มีฤทธิ์ ทว่ามารดาของพระมหาโมคคัลลานะกลับต้องตกสู่นรกภูมิ เกิดเป็นผีเปรตเพราะกรรมของตนเอง พระมหาโมคคัลลานะเวทนาสงสาร จึงใช้อิทธิฤทธิ์ ลงไปในนรก นำอาหารไปให้มารดา แต่ด้วยกรรมที่ทำไว้ อาหารเมื่อเข้าปากก็ลุกไหม้เป็นจุณ ทำให้กินไม่ได้อยู่ดี
 
ภาพพระโมคคัลลานะช่วยมารดา เครดิตตามลิงค์
 
      พระมหาโมคคัลลานะทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงแนะให้จัดงานใหญ่เลี้ยงพระสงฆ์ ผลบุญจากการทำบุญเลี้ยงพระจำนวนมาก จึงจะส่งผลไปถึงมารดาของท่านได้ พระมหาโมคคัลลานะได้ปฏิบัติตาม และการทำบุญเลี้ยงอาหารเพื่อส่งผลบุญไปสู่บรรพชน ก็กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมา และก็เป็นที่มาและความหมายของการ "เทกระจาด" ในบ้านเราด้วย
 
 
การเผากระดาษเงินกระดาษทอง
 
      ความเชื่อเรื่องการเผากระดาษเงินกระดาษทอง มีการเล่าขานกันขำๆ ดังนี้
 
     เป็นที่รู้กันว่า ประเทศจีนเป็นประเทศแรกที่มีการประดิษฐ์กระดาษขึ้นใช้ (สี่สิ่งประดิษฐ์สำคัญของประเทศจีน 四大发明=กระดาษ, เข็มทิศ, ดินปืน, เทคนิคการเรียงพิมพ์) ตำนานต่อไปนี้ เป็นที่มาของเทศกาลผีอีกหนึ่งเทศกาลของชาวจีน ตรงกับวันที่ 1 เดือน 10 ตามปฏิทินจีน
 
     เรื่องมีชื่อว่า "ไช่หลุนทำกระดาษ ไช่มั่วเผากระดาษ"
 
     กล่าวคือ เริ่มแรกที่ไช่หลุนประดิษฐ์กระดาษขึ้นมาใหม่ๆ กระดาษขายดิบขายดี ดังนั้น "ฮุ่ยเหนียง" พี่สะใภ้ของไช่หลุน จึงบอกให้ "ไช่มั่ว" (พี่ชายของไช่หลุน) หัดทำกระดาษขายบ้าง แต่ไช่มั่วฝีมือไม่ดี กระดาษที่ทำขึ้นไม่มีคุณภาพ จึงขายไม่ออก
 
     ต่อมาฮุ่ยเหนียงคิดอุบายอย่างหนึ่ง วันนั้นฮุ่ยเหนียงแกล้งป่วยกะทันหันแล้วตาย จัดงานศพ นอนอยู่ในโลง ส่วนไช่มั่วก็นั่งเผากระดาษอยู่หน้าโลง โอดครวญว่าเป็นเพราะฝีมือทำกระดาษของตนห่วยมาก ทำแล้วขายไม่ได้ นางฮุ่ยเหนียงจึงตรอมใจตาย จึงมาเผากระดาษทิ้ง
 
     ทว่าไม่นานก็มีเสียงเคาะจากข้างในโลง ฮุ่ยเหนียงร้องบอกว่า "เปิดโลงๆ ฉันกลับมาแล้ว" ผู้คนพากันตกใจ แต่ก็ช่วยกันเปิดโลง เมื่อฟื้นกลับมานางฮุ่ยเหนียงก็เล่าให้ฟังว่า "ไม่ต้องกลัว เมื่อครู่ข้าเป็นผี แต่ตอนนี้ข้าเป็นคน ตอนข้าตายไป วิญญาณข้าไปสู่ยมโลก ยมบาลใช้ให้ข้าไปโม่แป้ง สามีของข้าเผาเงินมาให้ ข้าจึงจ้างพวกผีมาช่วยโม่แทน ต่อมาพวกขุนนางผีก็มาขอเงินจากข้า ข้ายกให้หมดเลย พวกเขาจึงเปิดประตูนรกปล่อยข้ากลับมา"
 
     ขณะนี้ไช่มั่วทำเป็นพูดงงๆ ว่า "ข้าไม่ได้เผาเงินไปให้เจ้านี่นา"
 
     นางฮุ่ยเหนียงก็บอกว่า "กระดาษที่เจ้าเผาให้ข้าไง กระดาษบนโลกมนุษย์ ก็คือเงินตราในยมโลก" เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไช่มั่วก็รีบไปเอากระดาษอีกมัดใหญ่ มาเผาให้พ่อแม่ที่เสียไปแล้วทันที ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์เห็นดังนั้น นึกว่ากระดาษมีสรรพคุณแทนเงินได้จริงๆ จึงพากันซื้อกระดาษจากไช่มั่ว เผื่อเผาให้ญาติที่ตายไป และเมื่อนำไปบอกต่อๆ กัน จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน
 
     ไม่นานสต๊อกกระดาษของไช่มั่ว ก็ขายเกลี้ยงสบายเฮ
 
      เนื่องจากวันที่นางฮุ่ยเหนียงฟื้นคืนชีพ ตรงกับวันที่ 1 เดือน 10 ตามปฏิทินจีน ดังนั้นวันที่ 1 เดือน 10 จึงเป็น "วันไหว้บรรพชน" อีกวันหนึ่ง ตามความเชื่อของชาวจีน
 
 
 
สรุป
 
      เทศกาลสารทจีนหรือจงหยวนเจี๋ย มีที่มาจากลัทธิเต๋าและพุทธศาสนามหายาน
      วันที่ 15 เดือน 7 เป็นวันคล้ายวันประสูติของเทพเจ้าในลัทธิเต๋า
      วันที่ 15 เดือน 7 เชื่อว่าเป็นวันที่ยมบาลสั่งเปิดประตูผี ให้ผีมีญาติกลับมาหาญาติ ให้ผีไม่มีญาติมาขอรับส่วนบุญ
      เทศกาล Ullumbana เกิดจากความกตัญญูของพระมหาโมคคัลลานะ ในการช่วยแม่
      กระดาษใช้เป็นเงินในนรก มีเรื่องเล่าดังที่เล่าไปแล้ว ฮาหรือไม่ฮาก็สุดแท้แต่
 
 
/จบ.
 
 
แปลบ้างเรียบเรียงบ้างจาก
 
http://baike.baidu.com/view/57902.htm
http://zh.wikipedia.org/zh/中元節與盂蘭盆節
http://th.wikipedia.org/wiki/วันสารทจีน
http://zhidao.baidu.com/question/39299012.html
 
 
เครดิตภาพ 圖片來源:
http://taiwanpedia.culture.tw/web/content?ID=11990
http://www.sinchew-i.com/sciEnt2/node/13650
 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบเรื่องไช่มั่วครับ ฮาดี  Hot!

#3 By Tar on 2012-09-02 18:18

Hot! Hot! Hot!

#2 By Likesnow on 2012-08-31 21:58

Hot! Hot! Hot! double wink

#1 By dp on 2012-08-31 14:50